งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 7 ลาก่อนคุณเจ้าของ

เจ้าตีข้าทำไม???

ระหว่างการเล่นสนุกของข้า    มีตะขออันหนึ่งพุ่งตรงมาโจมตีส่วนท้องของข้า    ข้ารีบกระโดดหลบออกไปทางด้านข้าง


ปีศาจนกยักษ์ไม่ได้หยุดโจมตีเมื่อข้ากระโดดหลบแต่เขาเปลี่ยนเป้าหมายใหม่เป็นศีรษะข้าแทน    ไม่ตายไม่เลิกรา

ข้าโกรธมาก   หางข้าตั้งขึ้นและข้าจ้องเขม็งไปที่ปีศาจนกยักษ์    ข้าส่งเสียงขู่คำราม แล้วอยู่ๆ ความทรงจำส่วนของการต่อสู้ก็เข้ามาในหัวข้า   ข้าเริ่มเสกชุดเกราะเหล็กและกรงเล็บแหลมยาวคม

เหมียววว-เหมียววว   เสียงปีศาจช้างคราง    เจ้า-เกลียด-ข้า-ขนาด-นั้น-เชียว-หรือ

ข้ายังไม่ได้ทันได้ตอบ   แต่ปีศาจนกยักษ์ก็ตอบแทนข้าให้    “เจ้าหน้าโง่   ตื่นซะที   นังผู้หญิงนี้มันปั่นหัวเจ้า   หลายปีที่ผ่านมาเจ้าไม่รู้หรอกว่ามีปีศาจและมารต่างๆถูกนางใช้ความงามล่อลวงไปตั้งเท่าไร   นางไม่เคยรักษาสัญญาเลย   เจ้าโง่

สิ้นเสียงเขาก็กระชับตะขอจู่โจมข้าอีก    ข้าไม่ออมมือจัดการงัดกรงเล็บของข้าออกมาห้ำหั่น   เล็งไปที่หัวใจของเขา   ปีศาจแรดเห็นเช่นนั้นจึงถลันออกมาขวางด้วยหมัดลุ่นๆ    ปากตะโกนว่า   เจ้าทำร้ายพี่น้องข้า

ข้าโจมตีไม่ยั้ง   ใช้กรงเล็บตวัดผ่านกระดูกและกล้ามเนื้อ   เลือดสาดกระจายสร้างความเจ็บปวดเหลือคณาจนกรี้ดร้องเสียงแหลมดังลั่น

น้อง-สาม    ปีศาจช้างเห็นฉากต่อสู้ตรงหน้า   เขาทำตาแข็งกร้าวดุดันใส่ข้าแล้วถามข้าว่า   “ทำ-ไม-เจ้า-ลง-มือ-เหี้ยม-โหด-เช่น-นี้

เลียหยดเลือดที่ติดอยู่ที่อาวุธข้า   มีรสเลือดของข้าปะปนอยู่   ข้าตอบสั้นๆกลับไปว่า   เขาบังอาจตีข้า

ฆ่านางซะ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรกันแล้ว   เราต้องแก้แค้นให้น้องสาม    ปีศาจนกยักษ์แผ่จิตสังหารออกมาแต่พี่กระทิงรีบออกมาช่วยข้ากันการโจมตีจากตะขอยักษ์ด้วยกระบองเหล็ก

หลัวชาและหยินซีพกพาดาบในมือ   ต่างร่ายรำกระบวนท่าเข้าเล่นงานปีศาจแรด

ปีศาจช้างลังเลแต่ในที่สุดก็กระทืบบาทาลงพื้นดิน   พื้นดินสั่นไหวจากนั้นเขาก็ชักค้อน
ทองออกมาจากข้างเอวและตีข้าเต็มแรง   ข้ารีบฉากหลบ   ข้าพยายามใช้กรงเล็บออก
กระบวนท่ายามม้วนตัวอยู่กลางอากาศ   ข้าส่งพลังใบมีดทั้งสี่แหวกอากาศออกไป

ใบมีดแหวกอากาศทำลายล้างทั่วทั้งสี่ทิศ   ต้นไม้เป็นร้อยต้นถูกสะบั้น กิ่งก้านถูกริดปลิดใบไม่เหลือหรอ   พื้นดินราบเป็นหน้ากลอง

กระบวนท่าใบมีดปลิดสวรรค์    เจ้าช้างแทบหลบไม่พ้น   ขนนกสองอันบนหัวถูกตัดจนกุด 

เขายกค้อนในมือขึ้นด้วยความโมโหแล้วทุบเปรี้ยงลงบนพื้น

พื้นดินสั่นสะท้านอีกครั้ง   ที่เนินเขาบังเกิดรอยแตก   พื้นดินล้วนเขย่าไม่สามารถหยั่งเท้าได้อย่างมั่นคง

ปีศาจแรดมองเห็นโอกาส   ก้าวถอยหลังเตรียมล่าถอย   ส่วนเจ้านกยักษ์ก็เตรียมทะยานขึ้นฟ้า   อาณาเขตเดียวที่ไม่ได้รับความกระทบกระเทือน

ข้ากระโดดย่างเหยียบหินที่กำลังหล่นลงมา   สูงขึ้นเรื่อยๆจนมาถึงเจ้านกยักษ์   ข้ากระโดดเหยียบบนหลังของมันแล้วฝังเขี้ยวลงบนปีกของมันอย่างดุร้าย

เจ้านกยักษ์เจ็บจนกรี้ดลั่น    แก!  ออกไปจากหลังของข้านะ

เหมียววว..แอววว   เหมียวววว....แอวววว   แกกล้าตีข้าไอ้นกหน้าเหม็น   จ้างให้ข้าก็ไม่ปล่อย    ข้ายิ่งกัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนปากข้ามีแต่เลือดเต็มไปหมด

ได้!  งั้นข้าจะตายพร้อมกับเจ้า    ปีศาจนกยักษ์เอาตะขอฟาดหลังตัวเองอย่างรุนแรง

น้องรอง  อย่าทำอย่างนั้น    ปีศาจช้างและปีศาจแรดตะโกนห้ามพร้อมกัน

น้องร่วมสาบาน   นายท่าน  ระวัง    ปีศาจกระทิงและหยินซีก็ตะโกนขึ้นพร้อมกัน

ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้น   อยู่ๆก็มีความคิดวูบขึ้นในหัวข้าให้ข้ารีบแปลงกายกลับเป็นร่างแมวเพื่อหลีกเลี่ยงความตาย

โชคยังดี    ข้าคืนร่างเป็นแมวทัน   แต่อย่างไรก็ดี,  ไอ้เจ้าปีศาจนกยักษ์นั้นก็ไม่ได้ร่วงหล่นลงมาแต่อย่างใด   อยู่ๆก็มีสายลมแรงหอบพัดพวกเราขึ้นสู่อากาศ   พัดพาเราออกห่างมา


เหมียววว...แอวววว    ข้าครางเมื่อถูกพัดแยกออกจากไอ้ปีศาจนกยักษ์นั้น   ข้ามองลงไปข้างล่างเห็นหลัวชากำลังพัดโบกพัดใบตาลในมือพร้อมอธิบายให้พี่กระทิงว่า   “ข้าขอโทษด้วย   ข้าเห็นว่านางกำลังจะตาย   ข้าก็เลย.......
"ลมแห่งโชคชะตาจากพัดของหลัวชา  ทำให้ชะตาชีวิตของใครบางคนได้มาบรรจบกัน"

สายลมพัดโหมทำให้ข้าผะอืดผะอม   นัยน์ตาข้าพร่ามัวและค่อยๆ หมดสติไป

เมื่อข้าฟื้นคืนสติ   มันเป็นเวลาย่ำค่ำ   รอบกายข้าเป็นต้นไม้   กระดูกกระเดี้ยวข้าทั้งตัวประท้วงรู้สึกถึงความปวดระบม   หากคิดจะเคลื่อนไหวออกเดินยังร้าวรานไปทั่ว

ข้าพยายามฝืนจะเดินโดยไร้จุดหมาย   หยุดพักและเดินต่ออีกสองสามก้าวแล้วหยุดอีก……

ข้าไม่รู้ว่าข้าจะไปไหน   แต่ข้ารู้ว่าข้าอยากกลับบ้านมาก

เมื่อก่อน,  ถ้าข้ายังไม่กลับบ้านหลังจากออกไปเที่ยวข้างนอก   คุณเจ้าของจะเป็นกังวลมากและจะเดินถือไฟฉายออกตามหา   ไม่ว่าข้าจะหลบอยู่ตรงไหน  ในท่อ พุ่มไม้  บนต้นไม้  ใต้บันได   คุณเจ้าของก็จะหาข้าพบเขาจะอุ้มข้าอย่างทนุถนอมพาข้ากลับบ้าน    เปิดอาหารกระป๋องตรา แคทเหมียว  ให้ข้ากิน

แต่ตอนนี้,  ตอนนี้คุณเจ้าของยังไม่ออกมาหาข้าซะที!

คุณเจ้าของไม่ต้องการฮัวเหมียวเหมียวอีกต่อไปแล้วหรือ?    เหมือนกับเจ้าของของ มีมี่ ที่ปล่อยให้หล่อนกลายมาเป็นแมวเร่ร่อน   ทำให้เจ้าถิ่นตัวอื่นรังแกนาง    ข้าก็โดนทอดทิ้งเหมือน มีมี่ เหรอ?

ข้าไม่อยากคิดเรื่องนี้อีกต่อไป   และข้าก็หยุดคิดเพียงแค่มองตะวันตกดินที่ห่างไกลออกไป สีแดง เหมือนกับไข่แดงฟองใหญ่สุดๆ   เปล่งประกายล่อลวงอันแสนงดงามชักจูงให้ท้องข้าส่งเสียงประท้วง…..

ทอดกายลงบนหญ้า,  ข้านอนมองมดกำลังขนอาหาร   ข้ารู้สึกง่วงและเพลียจากความหิวจนหมดสิ้นเรี่ยวแรงทั้งปวง   ข้าแค่อยากหลับและลืมเลือนความเศร้าเสียใจและความเจ็บปวด

ทันใดนั้นหูข้ากระดิกเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า   ข้าคุ้นเคยกับจังหวะการก้าวเดิน   เสียงฝีเท้านั้นดังมาจากทางทิศตะวันตกประมาณ 20 ไมล์ออกไป

 ข้ารีบยกหัวขึ้นมองพร้อมกับเตรียมกรงเล็บเผื่อไว้ก่อนด้วย   พอข้าเงยหน้าอีกที บุคคลหนึ่งก็ปรากฏแก่สายตา

ข้าไม่รู้จะอธิบายรูปร่างหน้าตาเขาอย่างไง    เพราะไม่มีคำใดที่ข้าจะสามารถใช้บรรยาย    ท่ามกลางคนนับล้านข้าจะสามารถค้นพบเขาได้ก่อนใครเสมอมา    ราวกับผู้อื่นมิได้อยู่ในสายตาข้ามาแต่แรก

ชั่วชีวิตของข้า,  ข้าไม่เคยพบใครแม้แต่คนเดียวที่หน้าตาดีกว่าเขา   มีเสน่ห์มากกว่าเขา   ไม่ในอดีต  ในปัจจุบันกาล  หรือแม้แต่ในอนาคตนับจากนี้

เพราะว่าเขาคือ..............คุณเจ้าของ เจ้าของของข้า!


ข้ารีบลุกขึ้น   เพียง 2-3 ก้าวข้ากระโดดเข้าสู่อ้อมแขนของเขา   ข้าถูศีรษะกับหน้าอกของเขาอย่างออดอ้อน   ร้องเพรียกหาเขา   เหมียว  เหมียว   ไม่หยุด  ไม่อยากจะพรากจากเขาไปอีก

แต่ทว่า....คุณเจ้าของกลับขยุ้มขนตรงคอข้าอย่างรุนแรง   หิ้วข้าออกห่างจากเขาห้อย
กลางอากาศ

เหมียวววว....แอวววว    ข้าส่งเสียงถามด้วยความงุนงงแต่ข้าไม่กล้าพูดเป็นคำพูดออกมา   ข้ากลัวว่าคุณเจ้าของจะรังเกียจไม่อยากได้ข้ากลับไป

คุณเจ้าของจ้องมองข้า   ขยับปากพูดช้าๆ   เจ้าปีศาจแมวเจ้ามาจากไหน

ข้าไม่ได้ทำความเข้าใจกับคำถามของเขานักเพียงมองจ้องตาด้วยความงง   เมื่อก่อนตอนที่ข้ายังแยกแยะสีไม่ออกข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า   คุณเจ้าของของข้ามีสีตาที่สวยสดงดงามเช่นนี้   สีเขียวราวกับตันหญ้าที่อยู่บนพื้น   เปล่งประกาย   สวยจับตาจับใจ   สวยกว่า สายรัดเอวมรกตของหยินซี    ล่อลวงข้าให้จ้องไม่รู้จบ

ตอบข้ามา    คุณเจ้าของถามข้าอีกครั้ง

ข้าจ้องเขาด้วยความว่างเปล่า   แปลกใจที่เห็นว่าเขามีผมสีดำมันราวกับนิลกาฬ   ยาวกว่าเดิม   มัดเป็นปมง่ายๆที่ต้นคอ   และผ้าคลุมสีขาวขนจิ้งจอกปลิวสะบัดท่ามกลางสายลม   สายโซ่สีเงินเงาวับพันรอบกาย   ข้างเอวมีดาบกรำศึกที่ส่งกลิ่นอายสังหารและคาวเลือดตลบ

จะรูปลักษณ์ไหนก็ตาม,  เขาก็คือคุณเจ้าของสุดที่รักของข้า

ดี...ยังไงเจ้าก็เป็นแค่ปีศาจแมว   ครั้งนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป

ข้าไม่รู้ว่าทำไม   คุณเจ้าของถึงได้หมางเมินทำตัวห่างเหินกับข้านัก   เขาถึงกับเขย่าตัวข้าแรงๆทำเหมือนจะเหวี่ยงข้าออกไปห่างๆ    เพราะเหตุนี้ข้าจึงงับเขาเข้าที่มือ คมเขี้ยวของข้ากัดทะลุผ่านผิวหนังของเขา   เลือดสดๆก็หลั่งริน

เลือดเขาช่างเย็น   เย็นชากินลึกเข้าไปในกระดูก   จากนั้นข้ากลับกระอักเลือดออกมาเกิดความร้อนดุจเพลิงกาฬข้างใน อวัยวะภายในข้าทั้ง   มันปวดจนข้านอนลงบนพื้นม้วนตัวงอด้วยความเจ็บร้อนที่แผดเผา   แต่ถึงขนาดนั้น,  ข้าก็ยังมิอาจละสายตาจากคุณเจ้าของ   เกรงว่าเขาจะจากไป

แมวโง่!  ใครๆต่างก็รู้ว่าเลือดของข้า   ปี้ชิงเฉิงจุนเต็มไปด้วยพิษร้าย    คุณเจ้าของปล่อยตัวข้า   เสียงของเขาเปลี่ยนไป   ดวงตาเปล่งประกายชั่วเสี้ยวของความหนักใจ ราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

แมวเป็นสัตว์อดทนต่อความเจ็บปวดอย่างยิ่ง   แต่ในครั้งนี้ข้ามิอาจทานทนต่อความปวดร้าวได้อีกต่อไป   คุณเจ้าของหันหลังจะเดินจาก....

เขาจะทิ้งข้าไว้........

พยายามลุกขึ้นยืนสุดชีวิต   แข้งขาข้าสั่นระริก   ข้าค่อยๆคลานไปที่เท้าของเขา   ข้าร้องครางอย่างสิ้นหวัง   ถูไถใบหน้ากับเท้าของเขาพร้อมทั้งนอนหงายทำท่าน่ารักเพื่อให้เขา...นำข้ากลับบ้าน กลับไปกับเขา

เขาจ้องมองข้าไม่ขยับ

ตาของข้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำ   ข้ากระอักเลือดออกมาจากลำคอ   ในปากเต็มไปด้วยรสกรดเข้มร้อนของพิษ   และทุกสิ่งทุกอย่างในจักษุล้วนเหมือนภาพหลอน    ข้าเห็นคุณเจ้าของแบ่งออกเป็น 3 ร่าง   ข้าครางไม่อยากจะล้มคว่ำลงไปอีก


ก่อนข้าจะสิ้นสติไป    ข้าได้ยินคุณเจ้าของของข้าถอนลมหายใจยาว

ข้าคิดว่าเขาคงใจอ่อนยอมพาข้ากลับบ้านเป็นแน่…..

แต่พอข้าฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง   ท้องฟ้ามืดเกือบสนิทแล้ว   ในท้องของข้าก็ไม่ได้ปวดอีกแล้ว 

แต่เบื้องหน้าข้านี้....ที่ขาดหายคือเงาร่างของคุณเจ้าของของข้า

บางทีเขาคงจะจากไปทำธุระ   ข้าคิดในแง่ดี   นั่งรอเขากลับมาอย่างอดทน

แต่ข้ารอตั้งแต่หยาดน้ำค้างแรกของย่ำรุ่งจวบจนแสงดาวส่องสว่างในยามค่ำ   ค่ำคืนดึกดื่นจวบจนย่ำรุ่งอีกครั้ง   และจากเช้ามืดบรรจบยามค่ำอีกครั้ง....


ข้ารอ3วัน3คืนเต็มๆ จนกระทั่งหยินซีกับพี่กระทิงมาพบข้า   แต่คุณเจ้าของก็ยังไม่กลับมา

ในที่สุดข้าก็ยอมรับว่าข้าถูกทิ้งแล้ว.....

คุณเจ้าของไม่ต้องการข้าอีกต่อไปแล้ว....

คุณเจ้าของไม่ต้องการฮัวเหมียวเหมียวอีกแล้ว..........

หยินซีลากข้าให้กลับบ้าน แต่ข้ายังยืนปักหลักอยู่ตรงนั้นไม่ยอมไปไหน

หัวใจข้ามันเจ็บ มันเจ็บเหลือเกิน มันเจ็บกว่าตอนที่พิษกัดที่กระเพาะของข้าซะอีก.......

ข้าอยากร้องไห้ แต่ข้าไม่ทำ..........

เหตุผลก็เพราะว่า แมวเกิดมาไม่มีน้ำตา.........


.................................................................................
จบบท



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น