งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทที่ 9 ร้อยปีสุดท้าย

ชีวิตข้ามาช่วงนี้นับว่าเป็นช่วงเวลาที่สุดแสนน่าเบื่อเป็นที่สุด   ไม่ว่าข้าจะตั้งหน้าตั้งตากลั่นแกล้งรังแกเขาไปทั่ว   แต่ข้าก็ยังเบื่อแถมทำตัวขี้เกียจไม่ต่างจากพวกมนุษย์

ทุกวัน,  ข้าแปรงขนของข้า  จากนั้นก็วิ่งขึ้นยอดเขาหลัวยิ้ง   อาบแดดกลางแสงตะวัน   นอนงีบแล้วก็ตื่นมาจ้องดูเมฆลอยผ่าน   นั่งอยู่ตรงนั้นทั้งวัน


ความทรงจำแตกหักไม่ต่อเนื่องในหัวของข้า    สัญชาตญาณในการต่อสู้ของข้า ข้าจดจำไว้ในสมอง   แต่ก็ยังมีส่วนที่ข้าจำไม่ได้


มันเหมือนมีสิ่งสำคัญที่ข้าหลงลืมไป   ทำให้จิตใจข้าว่างเปล่าและรู้สึกกลวงโบ๋ เป็นเหมือนแผลที่ไม่อาจซ่อมแซม   อะไรน่ะที่ข้าหลงลืมไป


ไก่?   ไก่ย่าง?   ก้อนไหมพรม?  หางพู่ขนจิ้งจอก?  หรือมรกตสวยๆสักก้อน?


ข้าคิดไม่ออกเลยออกปากถามหยินซีซึ่งกำลังนั่งขัดเพชรของเขา   เขามองหน้าข้าอย่างไม่พอใจ 

สมองของท่านหลงลืมบางสิ่งไป   นอกจากกินกับต่อสู้ข้าไม่เห็นท่านจดจำสิ่งใดเลย   ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือใหญ่   ท่านสามารถหลงลืมได้รวดเร็วแค่สะบัดศีรษะ    ข้าไม่อยากพูดหรอกว่าท่านนับเป็นบุคคลน่าละอายของพวกเราเหล่าปีศาจด้วยซ้ำ


เสียงตำหนิของเขาทำให้ข้าไม่มีความสุข   ข้าสะบัดกรงเล็บคิดเล่นงานเขา   แต่นึกขึ้นได้ว่าเขาชอบให้ทุบตี   ข้าจึงสะบัดก้นขึ้นเขาแทน


เวลาผ่านไป,  พี่กระทิงมาพบข้าหลายครั้งบอกให้ข้าอย่าเสียเวลาไปเปล่าประโยชน์   ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูด   ข้าเลยถามเขาไปว่า   หากท่านไม่นอนพักผ่อนเอาแต่ผัดวันประกันพรุ่ง   ไม่นับเป็นการเสียเวลาไปเปล่าๆเหรอ?


เขาพยักหน้าเห็นด้วย


ข้าก็แค่อาบแดดต่อเท่านั้น


แต่สีหน้าพี่กระทิงเหมือนบอกไม่ถูก   เขากล่าวว่า เจ้าแมวโง่  ยังมิเข้าใจอีก


ข้ากลอกตา   ข้านึกไปว่าเหลวไหลอะไรกัน   แมวกับปลาเป็นเนื้อคู่ตุนาหงันกันเชียว


ต่อมา,  เขาบอกว่าเขารู้จักราชาวานรและได้ร่วมสาบานเป็นพี่น้องกัน   ถามข้าว่าข้าจะสามารถไปพบปะทานอาหารร่วมกันสักมื้อหรือไม่


ข้านึกไม่ออกว่าวานรจะสามารถมีฤทธิ์เดชมากได้อย่างไรดังนั้นข้าตอบรับการเชื้อเชิญไปและเดินทางไปเขาฮัวยาน   แต่ข้านึกไม่ถึงว่าราชาวานรจะติดธุระอยู่ที่ทะเลตะวันออก   เสียเวลาอะไรเช่นนี้!   ข้าเขมือบปลาอ้วนแสนอร่อยของพี่สะใภ้หลัวชาอย่างดุเดือดและกลับบ้านพร้อมหยินซี


มิคาดฝันวานรตนนั้นต่อมาได้รับพระราชทานยศจากเง็กเซียนให้เป็นเซียน   ปี้ชิงเฉิงจุนจึงถูกบัญชาให้ลงมากวาดล้างปีศาจชั่ว


ข่าวแพร่กระจายโลกปีศาจก็แทบถล่ม   นามกรปี้ชิงเฉิงจุนเป็นเหมือนฝันร้ายของเหล่ามารและปีศาจ


ข้ารู้สึกคุ้นๆกับชื่อนี้อย่างบอกไม่ถูก   ข้าแล่นไปถามหยินซีแต่เขากำลังวุ่นวายกับการกลบฝังทรัพย์สมบัติของเขา   และยังคัดเลือกชิ้นงามๆลงห่อผ้าใบใหญ่ เขาวุ่นจนไม่มีเวลาคุยกับข้า


 ข้ายืนนิ่งมองเขาด้วยความงุนงงสงสัย   ถามเขาออกไปว่า ทำไมเจ้าต้องฝังสมบัติเจ้าด้วย


หยินซีเหลียวมามองและกล่าวตอบด้วยเสียงเข้มว่า   เราต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน   ถ้าปี้ชิงเฉิงจุนตามมาฆ่าเราที่นี่   เราจะได้หอบของหนีทัน


ทำไมเราต้องหนี    ข้าถามต่อ


ก็เพราะว่าเขามีอิทธิฤทธิ์มากน่ะซิ    หยินซีเหลียวหาตะกร้ามาใส่เครื่องประดับหยกต่อ


ข้าถามอีกที   เก่งกว่าฮัวเหมียวเหมียวด้วยหรือ


แน่นอน    หยินซีปิดคำถาม


ดังนั้นข้าก็หมุนตัวกลับคว้าเอาพวกปลาตากแห้งกับไก่รมควันของข้าขึ้นมาแพ็ครวมลงไปในห่อผ้าของหยินซี


ข้ารู้สึกไม่ดีเลยที่ว่า   ตัวปี้ชิงเฉิงจุนยังมาไม่ถึง   ห่อผ้าของหยินซีก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆแต่ขณะเดียวกันห่อผ้าของข้ากลับค่อยๆเล็กลง


กิจวัตรประจำวันก็เป็นไปอย่างที่เคยเป็น   นั่งมองเมฆน้อยลอยผ่าน   อาบแดดใต้แสงอาทิตย์ซึ่งยังคงอุ่นเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง


ยามข้าหลับ   ข้าฝันถึงอะไรตั้งหลายอย่าง   ฉากในฝันนั้นมักจะมีก้อนเมฆ ผู้ชายใส่เสื้อคลุมที่เปล่งประกายพลังวิญญาณเข้มข้น   สะพายดาบไว้ที่เอว ช่างองอาจหาญกล้าและในอ้อมแขนของเขาจะกอบกุมปลาแห้งเอาไว้และกล่าวกับข้าว่า   ฮัวเหมียวเหมียว   กลับบ้านเรากันเถอะ   ข้าจะปรุงปลาให้เจ้ากิน


ข้าเคยเล่าความฝันนี้ให้หยินซีฟัง   แต่หยินซีเอาแต่กลิ้งไปมาแล้วก็หัวเราะลั่น ข้าก็เลยไม่เล่าอีก


อากาศสบายของช่วงฤดูใบไม้ร่วงช่างน่าง่วงเหงาหาวนอนนัก   ข้ายืดตัวและหาวออกมาดังๆ จากนั้นก็เลียขนของข้า   พร้อมกับตั้งหลักจะนอนต่อโดยไม่ทันได้สังเกตแสงสว่างเจิดจ้าตรงริมขอบฟ้า


เหมือนดั่งความฝันของข้า…….


ชายคนนั้นเหยียบเมฆเหิน   ร่างกายห่อหุ้มด้วยแสงตะวันกำลังตรงมาที่ข้า   รูปร่างสูงใหญ่เสื้อคลุมสีขาว   มีโซ๋เหล็กสีเงินสะท้อนสีแดงอมสัมของดวงอาทิตย์พันกาย   ผมสีดำสนิทของเขามัดเป็นปมสะบัดไปในอากาศ   องค์ประกอบทั้งหมดเรียกว่าสมบูรณ์แบบ   มิมีอะไรมากไปหรือน้อยไปแม้แต่น้อย    โดยเฉพาะดวงตาสีเขียวยิ่งกว่าใบไม้เป็นประกาวแวววาวยิ่งกว่ามรกต    ข้าเคยพบเขามาก่อนที่ไหนน่ะ   หัวใจข้ามันเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง


เหมียววว แอววว    ข้าครางเรียกเขาเบาๆ


เขาได้ยินเสียงร้องของข้าและตรงมาที่ข้า    มองข้าอย่างครุ่นคิดสิ่งใดประการหนึ่ง


ราวกับไม่เกรงกลัวสัมผัสจากมนุษย์แปลกหน้า   ข้าเดินตรงไปหาเขาใช้ศีรษะถูไถออดอ้อนที่รองเท้าของเขา   จ้องมองเขาด้วยดวงตากลมโตแป้ว   ทำตาหยาดเยิ้มมุ่งหวังให้เขาหยิบปลาแห้งให้ข้าสักชิ้น


เจ้าอีกแล้ว   เจ้าปีศาจแมวเหมียว   เจ้าไม่กลัวตายหรือไง?    ชายหนุ่มถอนหายใจและโน้มกายลงมา   ยื่นนิ้วยาวมาลูบหัวของข้าอย่างแผ่วเบา   เมื่อไม่เห็นการต่อต้านของข้า   เขาก็เปลี่ยนเป็นใช้ทั้งมือของเขาลูบกลับไปกลับมา


มือของเขาเย็นมาก   การเคลื่อนไหวของเขาก็เก้งก้างแต่ข้าได้กำไรเที่ยวนี้เต็มๆๆ    ข้าชอบบบบบบบบมาก


กำลังแสนจะมีความสุขอยู่ดีๆ   เสียงของเจ้าหยินซีแทรกขึ้นมา   นายท่าน  วิ่งหนีเร็ว   เขาคือ....ปี้ชิงเฉิงจุน


ข้ายังคงขบความนัยของคำพูดหยินซีไม่แตก   อยู่ๆชายคนนั้นก็ผลุดลุกขึ้นยืนสีหน้าเปลี่ยนเป็นน่ากลัว   เขาชักดาบน้ำแข็งที่ข้างเอวเขาตวัดมาที่หยินซีแล้วตะโกน   ปีศาจจงเข้ามา   บอกชื่อเจ้ามา

รังสีเข่นฆ่ากดดันในอากาศ   พาให้ต้นไม้สั่นไหว   พลังอันมหาศาลทำให้ทุกอย่างเริ่มเปลี่ยน


หยินซีเข่าอ่อนทรุดลงบนพื้นด้วยความกลัวตัวสั่น  กล่าวตอบไปว่า  ขะ..ข้าคือปีศาจอีกาอายุ 200-300 ปีเท่านั้น   ข้าชื่อหยินซี    ข้าไม่เคยทำร้ายใคร   ข้าไม่เคยเป็นหัวขโมย   ได้โปรดเมตตาด้วย


ชายหนุ่มไม่เอ่ยตอบเขา   เขาชี้ดาบมาทางข้า แล้วเหมียวน้อยตัวนี้ล่ะ


นาง..นางคือเหมียวเหมียว   พลังเวทย์ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่    เป็นแค่แมวโง่ๆตัวหนึ่ง    หยินซีเมื่อมาอยู่ต่อหน้าเทพเซียนชั้นสูงก็ตัวสั่น   พยายามรวบรวมคำพูด   เรามาจากเขาหลัวยิ้งห่างไกลจากผู้คน   เราไม่เคยทำผิดกฎสวรรค์ใดๆ และเราไม่ใช่นักฆ่า   ถ้าท่านไม่เชื่อข้า   ท่านถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆก็ได้   ได้โปรดเมตตาด้วย   ได้โปรดเมตตาด้วย


ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมหยินซีต้องโกหกด้วย    ข้ารีบขัดเขาว่า   เหลวไหล!   ข้าเก่งมากเลยต่างหาก   เดือนที่แล้วข้ายังสังหารปีศาจมิ้กกี้เมาส์ไปเลย


หยินซีหน้าซีดตัวสั่น   ทำท่าทำทางให้ข้าหุบปาก


ข้าน่ะเคยฆ่าคนด้วยซ้ำ!”    ข้าไม่สนใจท่าทางโบกไม้โบกมือของเขาและยังเล่าถึงผลงานอันยอดเยี่ยมของข้าต่อชายผู้นั้น


สีหน้าชายหนุ่มนั้นไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย    สองมุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้ม   เจ้าฆ่ามนุษย์?


อืมม์!   คนผู้นั้นนิสัยแย่มากมันต้องการตั้งตนเป็นราชาที่นี่   พอก่อสงครามฆ่าคนแล้วก็ไม่รู้จักเก็บกวาดให้สะอาด   ข้าเกือบตายเพราะกลิ่นเน่าเหม็น   ข้าคิดย้อนหลังถึงความจำอันเน่าเหม็นประกอบไปด้วยหนอนตัวอ้วนๆ    หยินซีบอกเขาให้ฝังกลบให้เรียบร้อยแต่เขาไม่ยอมทำและมันบอกให้หยินซีจัดการเอาเอง ดังนั้น   ข้าเลยเชือดมัน


นางไม่ได้กล่าวว่านางทำมัน   นางแค่ว่านางอยากทำมัน....โอ้ย....อย่างไรก็ตามท่านไม่มีวันเข้าใจหรอก    หยินซีทำสีหน้าหมดคำพูดและเงยหน้าวิงวอน   ท่านปี้ชิงเฉิงจุน   ตอนนั้นผู้ที่นางสังหารคือไอ้หัวหน้าโจรภูเขาและก็ไม่มีรายอื่นใดอีก   โปรดไว้ชีวิตเราทั้งสองด้วยเถิด


ครั้งนี้นาม ปี้ชิงเฉิงจุน ค่อยเข้าหัวข้า   ข้าได้แต่จ้องตามองเขาเป๋งนึกคำพูดไม่ออกเป็นเวลานาน


มีความเงียบสนิทเป็นเวลานาน   ยิ่งมารังสีเข่นฆ่าก็ค่อยๆลดลงด้วย


ปี้ชิงเฉิงจุนค่อยๆยิ้มออกมาเพียงนิดแล้วก็รีบคืนสู่สีหน้านิ่งเรียบดังเดิม   เขาคว้าเข้าที่คอของข้าแล้วพูดกับหยินซีว่า  เอาเป็นว่า   ที่แห่งนี้ไม่มีกลิ่นไอปีศาจชั่ว    ดังนั้นข้าจะปล่อยเจ้าไป   แต่คราวหน้าจงระวังตัวให้ดี


หยินซีได้รับการอภัย   ดังนั้นเขาปล่อยลมหายใจออกด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายลง   แต่ตัวข้าที่ยังคงห้อยต่องแต่งอยู่ในมือท่านเทพ   หยินซีจึงรีบถามว่า  แล้ว...แล้ว... เอ่อเจ้าปีศาจแมวล่ะท่าน


แมวตัวนี้ดื่มเลือดข้าเข้าไปแล้ว   ดังนั้นมันมีปราณเซียนหมุนวนในกาย   อีกทั้งดูนางว่านอนสอนง่าย   ซื่อสัตย์   ข้าจะนำนางกลับขึ้นไปสวรรค์และรับนางเป็นศิษย์   อบรมไม่ให้มีนิสัยชั่วติดตัวสอนให้นางกระทำแต่ความดี


หยินซีฟังไปเพียงนิดเดียว   สีหน้าของเขาตะลึงลาน  พอฟังจบทั้งประโยคสีหน้าเขาบิดเบี้ยว


อุ้ยตาย!!!    เขาคิดว่าข้าเป็นแมวเกเรงั้นเหรอ!


ก่อนที่ข้าจะประท้วงอะไรออกมา   ปี้ชิงเฉิงจุนก็เหยียบเมฆแล้วหิ้วข้ากลับไป หยินซีถลันตามตะโกนว่า   ท่านเทพ   นาง....นาง....นางโง่มาก   ข้าเกรงว่านางจะทำให้ท่านเสื่อมเสีย


อาจจะใช่หรือไม่ใช่.....


เสียงของปี้ชิงเฉิงจุนจางหาย   ก้อนเมฆซิ่งผ่านข้าไปด้วยความเร็วสูง   ข้ายังต่องแต่งในเงื้อมมือของเขาโดนลมกรรโชกแรงพัดกระหน่ำขณะควบผ่านก้อนเมฆก้อนแล้วก้อนเล่า


หยินซีพยายามยึดเมฆไว้   แต่เราก็ผ่านพ้นตรงนั้นไปไกลเกินเอื้อมเสียแล้ว!


ข้ามองดูร่างเขาเล็กลงเล็กลง   ในหัวสมองเล็กๆของข้ารู้สึกไม่ดีเลย


เหมียวววว......แอวววว



...............................................................
จบบท






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น