วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2559

Mulberry Song ซางเกอ


Mulberry Song:  ซางเกอ

 ผลงานเรื่องสั้นของ Jiu Lu Fei Xiang ผู้แต่ง 'อ๋องไก่' ปฐพีไร้พ่าย    เรื่องนี้สำหรับผู้แปลและผู้อ่านหลายท่านอ่านจบแล้วได้ความอิ่มเอมใจ  


'นางกระโดดทิ้งร่างลงจากหอคอยเมืองหลวง   เพียงเพื่อให้เจ้าเมืองชางเยได้มีโอกาสครอบครองอำนาจ ก่อตั้งราชวงศ์ใหม่   
ตัวนางนั้นได้กลายสภาพเป็นวิญญาณเดี่ยวดาย   คอยติดตามเขาไปตลอดวันคืนอันยาวนาน'


สารบัญ

บทที่ 1 เมืองที่พังทลาย

บทที่ 2 เทศกาลโคมไฟ

บทที่ 3 ห้วงฝันอันลึกซึ้ง

บทที่ 4 บทเพลงท่อนสุดท้าย (จบบริบูรณ์)

ข้อมูลเพิ่มเติม
ผู้แปลชอบประโยคปิดตอนจบ ว่าข้ากลับมาแล้ว เพราะซีหวู่กังวลมาตลอดว่า นางจะรอเขาหรือไม่ เขาพยายามอธิบายนางเมื่อมีโอกาสในบทที่ 3 เพื่อไม่ให้นางโกรธเคืองเขา เขาใช้เวลา7ปีต่อมาเพื่อจะค้นหาหนทางที่จะได้อธิบายต่อนางอีก และเมื่อได้รับการยืนยันจากไต้ซือว่านางยังคงรอคอยอยู่ข้างกายเขา เขาก็เริ่มตระหนักถึงความจริงที่ว่าซางเกอยังรอเขาอยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมา ดังนั้นเขาถึงต้องการปิดฉากการรอคอยของนาง มาอยู่เคียงข้างนาง มิต้องให้นางต้องเสียสละรอเขาอย่างเดี่ยวดายอีกต่อไป
ไม่มีถ้อยคำใดจะกล่าวออกมา มีแต่การกระทำของเขาตลอด10ปีที่แสดงให้นางรู้ว่านางมีน้ำหนักเท่าใดในใจเขา นางมิอยากเรียกร้องสิ่งใดมากไปกว่านี้ การรอคอยเขากลับมาเคียงข้างนางก็เป็นสิ่งเดียวที่นางต้องการตลอดมา
ความหมายของชื่อราชวงศ์ใหม่ของฮ่องเต้ซีหวู่นั้น แปลได้ความหมายว่า บทเพลงอันเป็นนิรันดร์ ความหมายหนึ่งอาจจะเป็นคำมงคล มีความหมายถึงยุคทองอันรุ่งเรือง แต่ในอีกความหมายหนึ่งคือ คำที่ระลึกถึง ฮองเฮาซางเกอ ซึ่งชื่อพระนางมีความหมายว่า ท่วงทำนองของต้นหม่อน mulberry song แสดงนัยยะว่าจะระลึกถึงพระนางตลอดไป ถ่ายทอดความรักอันยั่งยืนขององค์ฮ่องเต้ที่มีต่อนางอย่างมั่นคง แม้ว่าทั้งสองพระองค์จะจากไป ตราบใดที่ราชวงศ์ยังคงอยู่ ประชาชนก็จะรำลึกถึง ฮองเฮาที่สละชีพเพื่อชาติ และฮ่องเต้ที่ยังคงมีรักมั่นต่อพระนาง โดยตลอดเวลาที่ขึ้นครองราชย์นั้นไม่มีนางในในวังหลังแม้แต่คนเดียว
---------------------------------------------------------------------------
ถึงแม้ว่า เรื่องมันจะสั้นมากๆแถมมีน้ำตาไหลเป็นทางมาตลอด แต่ผู้แปลก็มีความสุขที่ได้ร่วมประสบการณ์ไปกับท่านผู้อ่านทั้งหลายที่ติดตามอ่านมาด้วยกัน ขอบคุณค่ะ











ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น