วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 26 แมวตัวนี้ละอายและเสียใจที่เป็นขโมย

ขโมยที่ดีต้องมีสามสิ่ง คือ   แม่นยำ เบาราวปุยนุ่น และรวดเร็ววิ่งไว
  
แม่นยำไม่พลาดเป้าหมายที่เล็งไว้   มือไม้เบาและคล่องแคล่ว   แล้วก็ต้องเผื่อทางหนีทีไล่เอาไว้ด้วยหากถูกจับได้
  
ข้าเข้าสู่วงการหัวขโมยมาหลายปี ซึ่งหนึ่งในเคล็ดลับดำมืดที่ข้าเก็บไว้ไม่เคยเผยกับใคร ก็คือ..................

โกยแน่บ
  

เก็บตั้งแต่ถิ่นย่านร้านอาหารใกล้เขาหลัวยิ้ง มาถึงร้านไก่และร้านปลา นำมาซึ่งชัยชนะนับไม่ถ้วนไม่เคยเพลี่ยงพล้ำ กับอีแค่เด็กน้อยผู้หนึ่งจะเอาชนะข้าได้อย่างไรกัน???
  
ข้ากระโดดขึ้นหลังคาอย่างว่องไวและโผตัวจากหลังคา   ข้าเริ่มกระโดดเหยียบหินแต่ละก้อนในสวนเพื่อสร้างแรงทะยานเล็งไปที่ต้นไม้ในสวนเพื่อหลบใต้ใบไม้หนา  ดูเจ้าเด็กนั้นวิ่งต้วมเตี้ยมไปมองหาข้าที่ก้อนหินอย่างภูมิอกภูมิใจ!!!
  
เห็นทั่วบริเวณยังเงียบสงบ, ข้ากระโดดจากต้นไม้อย่างแผ่วเบาและเริ่มเจาะกำแพงอย่างโจ๋งครึ่มเพื่อที่จะหนี   แต่ข้าดันเหลือบเห็นรองเท้าคู่หนึ่ง
  
รองเท้าคู่นี้เป็นสีขาวตรงช่วงล่างแต่ช่วงบนเป็นสีดำ  แถมกลิ่นที่ติดมาด้วยทำให้ข้ารู้สึก.........
  
มันเป็นกลิ่นยาสมุนไพร   ข้าค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง   แล้วก็ต้องประหลาดใจที่เห็นหมอโรคจิต โมหลิน ยืนยิ้มให้ข้า    มองที่หน้าข้าแล้วก็เลื่อนมาจ้องกล่องที่ยังคาปากข้า
  
ความทรงจำในวันวานของสองเราไม่ค่อยหวานชื่นสักเท่าไร   ขนบนหลังข้าชี้ตั้งเพราะว่าข้ารู้สึกกลัว   ข้าจึงขู่คำรามให้เขาไปห่างๆ พร้อมตวัดกวัดแกว่งอุ้งเล็บข้าเพื่อที่จะหาทางหนี  โมหลินไม่สนใจกองหินซากกำแพงนั้น   แต่ถามข้าด้วยเสียงรื่นรมย์ว่า  เหมียวน้อย,  เจ้าขะ-มายอะไรมารึ?
  
ม่ายมี้....ม่ายมี้..    ข้าที่โกหกไม่เก่งปนกับตกใจกับคำถาม   ข้าจึงลืมนึกไปว่าพอข้าเปิดปากพูด   กล่องในปากก็ล่วงหลุด   แต่ข้าก็รีบตะครุบเก็บทันแล้วนำมาซุกตรงท้องขาวของข้า พยายามโกยขนปุยมาปกปิด   จากนั้นก็ส่งสายตาซื่อบริสุทธิ์ให้กับโมหลิน   หวัง-ว่า-เขา-จะ-ไม่-รู้
  
ให้ข้าลองเดาดู?”   โมหลินนั่งยองๆ คุยกับข้า   มองหน้าเห็นเหงื่อข้าหยดแหมะ   ทำท่าทางสั่นหัวไม่หยุด
  
อยู่ๆ ก็มีแส้พุ่งโจมตีโมหลิน    ข้าเห็นเงาร่างสีแดงตรงมาที่เขาคล้ายกับจินเหวิน    แส้ยาวในมือนางฟาดเข้าใส่โมหลินไม่หยุดแล้วตะโกนใส่ข้าว่า   หนีเร็ว!  ส่งมันไปให้หวางเย่ว
  
โมหลินหลบแส้ที่ฟาดลงมาอย่างเก้ๆ กังๆ พร้อมกับตะโกนคุยตอบว่า   อ้า...สาวน้อยคนงาม อย่าเพิ่งโมโหโกธาข้าเพียงแค่ผ่านมา
  
ข้าวิ่งสี่ขาห้อเต็มเหยียด แต่ไปยังไม่ถึงไหน   ข้าดันวิ่งมาปะท่านเซียนถือเจดีย์พร้อมกับทหารติดตามมาจำนวนมาก    ดาบคมวับประกายแสบตา    ข้ารีบเปลี่ยนร่างคืนเป็นมนุษย์และส่งเสียงขู่เตรียมลุยฝ่าวงล้อม
  
ปีศาจชั่วช้า!  ดูซิว่าเจ้าจะหนีพ้นไหม”    เซียนผู้นั้นโยนเจดีย์ขึ้นไปบนฟ้า  เจดีย์ก็ขยายใหญ่ฉับพลัน   ปล่อยแสงสว่างขึ้นคลุมทั่วบริเวณ   ข้ากลัวมาก   ข้านึกอยากวิ่งกลับบ้าน   กลับไปหาปี้ชิงเฉินจุน   แต่พอข้าเริ่มออกวิ่งเจดีย์ก็ตามข้ามา   แล้วก็คลอบข้าไว้ข้างใน
  
เหมียววว....แอววว  เหมียวววว.....แอวววว    ข้าออกแรงข่วนทำลายเจดีย์หวังจะออกมา  แต่เจดีย์พลันระเบิดเพลิงสุมขึ้น   ปลดปล่อยควันและเพลิงลุกโหมไหม้   ข้าทั้งสำลักควันทั้งมองไม่เห็น   กรงเล็บของข้าก็ฉีกเจ็บมีเลือดไหล

บนฟากฟ้ามีกระเรียนขาวบินมา   นั่งอยู่บนนั้นคือผู้เฒ่าชรามาพร้อมกับเด็กชายที่เฝ้าอยู่ข้างเตาหลอมตรงมาหาท่านเซียน    เขาพูดว่า  ขอบคุณท่านมากที่ช่วยจับขโมย, ท่านหลี่เทียนหวาง

เราคือไท้เสียงเล่ากุน  ชื่อเล่นของข้าคือ-เหล่าเหลา

ไม่ต้องเกรงใจ  นี่เป็นงานของข้าอยู่แล้ว    เจ้าไข่เน่านามว่า หลี่เทียนหวาง รีบกุมมือคารวะตอบ   เขาลูบเคราของตนแก้เก้อแล้วเปล่งเสียงหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ....
  
ข้านั้นชักดิ้นชักงอด้วยความทุกข์ทรมานและเจ็บปวดจากไฟ    ราวกับไฟนี่สามารถเผาได้หมดจดแม้แต่ดวงจิต    ในห้วงคำนึงของข้าปรากฎภาพใบหน้าของปี้ชิงเฉินจุน
  
ข้าไม่รู้ว่า...หากเหมียวเหมียวต้องตายที่นี่   เขาจะเสียใจหรือไม่?
  
หลี่เทียนหวาง, ได้โปรดเมตตา!”    เสียงแหลมบาดหูของสตรีดังขึ้น  ร่างในชุดแดงของจินเหวินเหาะตรงมาที่เรา   นางรีบคุกเข่าต่อหน้าชายชราและท่านเซียนแล้วกล่าวว่า  เป็นความผิดของผู้น้อยเอง   ข้าสมควรตายเป็นพันครั้ง   เหมียวเหมียวเพียงแต่โดนข้าหลอกใช้   ข้าขอร้องเทียนหวางและเหล่าเหลาได้โปรดเมตตาด้วย
  
โทษขโมยยาอายุวัฒนะมิสามารถละเว้นได้   เสียงของหลี่เทียนหวางมิได้เปลี่ยน    เขาโบกมือไปรอบๆต่อหน้าผู้คน   นำนางผู้นี้ไป   มัดนางไว้แล้วทำการประหารเจ้าปีศาจแมวนี่
  
ข้าขอร้องหลี่เทียนหวางไว้ชีวิตเหมียวเหมียวด้วย    จินเหวินถูกมัดและโดนทหารลากออกไป    น้ำตานางไหลเปรอะเปื้อนใบหน้า    นางสะอื้นออกมา   ข้าอับจนหนทางแล้ว   ถึงได้หลอกให้นางทำ   ได้โปรดไว้ชีวิตนางด้วย
  
ข้ามองใบหน้าร้องไห้ของจินเหวิน   แล้วข้ารู้สึกเสียใจมาก....ข้าก็เริ่มเอ่ยคำปลอบโยนนางเสียงดังลั่นว่า   จินเหวิน!  เจ้าอย่าร้องไห้

ผมของจินเหวินยุ่งกระเซิง   นางมองมาที่ข้าแล้วพูดด้วยความเสียใจว่า   เหมียวเหมียว, ข้าขอโทษ
  
อุ้ย!  ฮ่าๆๆๆ   นางก็รู้คาถาวิเศษเช่นกัน  แถมนางยังชอบข้าด้วย   ข้าหัวเราะอยู่ภายในกองเพลิงแล้วก็ทรุดกายลงนั่งช้าๆรอให้ถูกเผา
  
เอ๊ะเหมือนข้าได้ยินเสียงของปี้ชิงเฉินจุน   เขาเรียกชื่อข้าด้วยเสียงอันดัง....และ....และร้อนรน......
  
ข้ารวบรวมเรี่ยวแรงเดินตรงไปที่ราวลูกกรงตรงหน้าต่างของเจดีย์   เขามาจริงๆด้วย    ข้าไม่เคยเห็นเขารีบร้อนมิได้แต่งตัวเตรียมพร้อมเช่นนี้มาก่อน    หมวกเกราะ  รองเท้าหุ้มข้อหนา เข็มขัดหรือแม้แต่เสื้อคลุม   เหล่านี้เขายังไม่ทันได้สวมใส่สักกะชิ้น...ตามมาข้างหลังก็คือ โมหลิน
  
หลี่เทียนหวาง, โปรดถอนเจดีย์ของท่านก่อน    ปี้ชิงเฉินจุนทรงกายอยู่บนกิเลนแล้วร้องตะโกน   ผู้อยู่ข้างในคือศิษย์ข้า!   โปรดปลดเจดีย์ของท่านแล้วเจรจากันก่อน
  
ไม่ว่าจะเป็นเทพเซียนหรือปีศาจหน้าไหนที่ขโมยยาอายุวัฒนะต้องได้รับโทษตายสถานเดียว”   หลี่เทียนหวางไม่ขยับ
  
จินเหวินดิ้นรนร้องขอว่า   คนขโมยยาคือข้าเอง!  เหมียวเหมียวไม่ได้เกี่ยวข้อง!  ข้าขอร้องท่าน!  ถ้าท่านจะลงมือกับผู้ใด....ผู้นั้นต้องเป็นข้า!”
  
ถอนเจดีย์!”    ปี้ชิงเฉินจุนออกคำสั่ง   เขาโกรธเข้าขั้นรุนแรง   รังสีเข่นฆ่าของยอดขุนพลแผ่กระจายปกคลุมทั้งสวรรค์   แม้แต่เหล่าก้อนเมฆยังสั่นสะเทือน

ไม่ปล่อย!”   หลี่เทียนหวางยืนยันคำเดิม   เขาหัวเราะเสียงเย็นชา   หรือว่าเจ้าอยากจะใช้กำลัง?   เช่นนั้นก็ดีข้าก็อยากจะรู้ว่าระหว่างเราสองขุนพลใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน
  
อั้ยย่ะ!!   ท่านทั้งสองคนไม่ต้องสู้กัน”   โมหลินพยายามไกล่เกลี่ย  มีอะไรค่อยๆ พูดค่อยๆจากันก็ได้   หลี่เทียนหวางท่านไม่ปล่อยท่านก็ดับไฟก่อนให้เราได้สามารถสอบถามนังเหมียวข้างในก่อน  หากนางขโมยยามาจริง  ตอนนั้นค่อยจัดการนางก็ยังไม่สาย
  
หลี่เทียนหวางชำเลืองมองปี้ชิงเฉินจุนที่อยู่ตรงหน้า   แล้วก็ดับไฟที่กำลังโหมกระหน่ำที่เจดีย์
  
เนื้อตัวข้าค่อยเย็นลง   ความรู้สึกถูกเผาลดลง   ข้ารู้สึกโล่งใจแต่ข้าก็พลันนึกถึงยาอายุวัฒนะในอ้อมแขนของข้าได้   ข้าก็เริ่มรู้สึกกดดันใหม่
  
ปี้ชิงเฉินจุนก้าวเข้ามาแล้วถามเสียงเหี้ยมว่า  เจ้าขโมยยาอายุวัฒนะมาจริงหรือไม่?”
  
ข้าพยักหน้ารับอย่างจริงจัง   กลัวแสนกลัว   ข้าทำหูลู่ด้วย
  
ทำไมเจ้าถึงทำเช่นนี้?”   เสียงของเขาโกรธจัดเจือด้วยความเศร้า
  
ข้าเริ่มเปิดปากสารภาพ   น้องสาวจินเหวินได้รับบาดเจ็บ...ต้องการยาอายุวัฒนะเพื่อช่วยชีวิตนาง....ข้าขอท่านแล้ว   แต่ท่านไม่ให้....
  
ฟังคำตอบของข้าแล้ว, ไร้คำพูดใดอื่นอีกเขาชี้มือจิ้มที่จมูกข้าแล้วแหวใส่ข้าว่า   เจ้ารู้ไหมทำเช่นนี้เจ้าอาจถูกฆ่า

ข้าพยักหน้า
  
แล้วเจ้ายังจะทำอีก?”
  
ข้ามองไปที่สีหน้าโกรธผสมเศร้าของเขา   หัวใจข้าก็รู้สึกเศร้าอีกครั้ง   ข้ากระซิบบอกเขาว่า  ซือฟุ....ข้าขอโทษ....ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว
  
อีกแล้ว?”
  
เอาเถอะน่า   เอาเถอะ   ไม่ต้องโกรธไปหรอก”   โมหลินยิ้มพลางตบไหล่ปี้ชิงเฉินจุน  แล้วหันมาพูดกับข้าว่า   “คืนยาอายุวัฒนะที่เจ้าขโมยมาให้ข้า
  
ข้าจับกล่องที่อยู่ในมือ, ตะกุกตะกัก   แต่...แต่ว่านี่เป็นของน้องสาวจินเหวิน
  
เจ้าแมวโง่!   รีบส่งมันคืนเพื่อชดใช้ความผิดของเจ้า!”    ปี้ชิงเฉินจุนคำราม  เล่นเอาหูข้าชา ข้าละล้าละลังยื่นกล่องส่งให้เขา
  
โมหลินรับกล่องไป   เปิดแล้วมองข้างใน    มุมปากของเขาบิดขึ้นยิ้มหวานจากนั้นก็หัวเราะก๊ากออกมา
  
ยาอายุวัฒนะที่ไหน?   ไอ้นี่มัน...........เนื้อแดดเดียวชัดๆ
  
ทุกคนในที่นั้น.............อึ้งกิมกี่



เนื้อแดดเดียวสไตล์จีน




....................................
จบบท




1 ความคิดเห็น:

  1. 55555 จลบได้หักมุมตลอด จริงจังไม่เคยนานเลยนะเหมียว

    ตอบลบ