งาดำกินแล้วดี

น้องที่ช่วยผู้แปลพิมพ์ฝากขายงาดำคั่ว ป่นที่น้องเขาขายอยู่คะ  ถ้าใครสนใจจะอุดหนุนน้องเขา  เชิญเลยคะ............... งาดำแบบคั่วป่นเรียบร...

วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 27 ขโมยน่ะ.....มันผิดนะ

ตามมาคือความเงียบบบบ    มีแต่เสียงลมหายใจหวิวๆเท่านั้นที่ได้ยิน
  
สีหน้าของหลี่เทียนหวางนั้นตกใจ    เขารีบเดินเข้ามาหาโมหลินพร้อมกับคว้ากล่องในมือเขาดู   สีหน้าแววตาเขาเปลี่ยนไป   เขาอึ้งพูดไม่ออก

 เหมียววววว?”    ข้าคิดว่าบรรยากาศมันแปลกๆ    ดังนั้นข้าเริ่มร้องเหมียวเสียงเบาๆ
  
ริมฝีปากของปี้ชิงเฉินจุนเริ่มค่อยๆ โค้งขึ้น   เขามองที่ข้าแล้วถาม   เจ้าแน่ใจนะว่านี้คือสิ่งที่เจ้าขโมยมา
  
ข้าพยักหน้าหงึกหงัก   ใช่แน่นอน   สีแดงกลิ่นห้อมหอม
  
มันเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?”    เหล่าเหลาเดินขึ้นมาสมทบจากเบื้องหลัง   เขาและหลี่เทียนหวางตรวจดูกล่องไม้และเนื้อแดดเดียวอย่างละเอียด   แต่ไม่ว่าจะดูกี่ครั้งกี่ครั้ง, เนื้อก็ยังเป็นเนื้อ   มันไม่แปรสภาพกลายเป็นอย่างอื่น
  
ข้าคิดว่ากฎบนสวรรค์นี้ไม่มีบัญญัติไว้ที่ไหนว่า  ใครก็ตามที่ขโมยของกินต้องรับโทษตายใช่หรือไม่?”    ปี้ชิงเฉินจุนทำลายความเงียบ   แต่ข้ากลับเคยได้ยินว่าเหล่าเหลาทานเจ  ถ้าเช่นนั้น......เจ้าเนื้อแดดเดียวนี้มาได้อย่างไง?”
  
คือว่า....นี้คือ....    ใบหน้าเทพเซียนโอสถเหล่าเหลาแดงก่ำ   คิดทบทวนไปมาชั่วครู่แล้วก็หมุนตัวกลับเอ็ดเสียงดังราวกับฟ้าผ่า   เปาซี (เปาน้อย)ออกมาตรงนี้!”
  
เด็กน้อยน่ารักนามว่าเปาซีก้มหน้าต่ำแล้วก้าวออกมายืนตัวสั่น   เอ่ยเสียงกระซิบว่า  มันเป็นของศิษย์เอง...
  
เหล่าเหลาขว้างกล่องและเนื้อแดดเดียวใส่เปาซี   ดึงหูเขาแล้วพูดว่า   ขโมยยาอายุวัฒนะที่ไหน?   ดูเหมือนเจ้าทำเนื้อแดดเดียวหล่นหายซะมากกว่า

“ อ้า....ยกโทษให้ศิษย์ด้วย!”   เปาซีรีบคุกเข่าพร้อมร้องห่มร้องไห้ว่า    ศิษย์เห็นนางย่องเข้ามาแล้วรีบวิ่งผละจากไปแถมคาบอะไรไม่รู้เอาไว้ในปาก   แล้วทุกอย่างก็ฉุกละหุก   ดังนั้นศิษย์ก็เลยนึกเอาเองว่านางขโมยยาอายุวัฒนะไป
  
ไหนๆ เราก็รู้ความจริงแล้ว   เจ้าปีศาจน้อยนี้ก็ได้รับบทเรียนแล้ว   กลับไปนี่ข้าก็จะอบรมสั่งสอนนางให้หลาบจำ”    ปี้ชิงเฉินจุนเพียงมองจ้องพวกเขาทั้งสองอย่างอึดอัด   เขาไม่ต้องการร่วมรับรู้อะไรกับประเด็นนี้อีก   ตอนนี้หลี่เทียนหวางก็โปรดถอนเจดีย์ท่าน  ให้นางออกมา
  
หลี่เทียนหวางถอนเจดีย์ออกอย่างเสียหน้า    ข้าที่หลุดออกมารู้สึกจิตใจได้สงบลง   ข้าค่อยๆล้มลงบนพื้นแล้วเปลี่ยนร่างเป็นแมว   ไฟได้จู่โจมดวงจิตของข้าไปด้วย  ทำให้อาการบาดเจ็บของข้าค่อนข้างหนักหนาสาหัส
  
ปี้ชิงเฉินจุนย่อตัวอุ้มข้าขึ้น   เขาลูบไล้ขนที่ไหม้เกรียมของข้าแล้วทำเสียงดุใส่ข้าว่า   ข้าไม่อยากเชื่อว่า   ความโง่ของเจ้าจะมีประโยชน์ในครานี้
  
เหมียวเหมียวไม่ได้โง่น่ะ....”    เสียงกระซิบตอบของข้าทำให้โมหลินที่อยู่ใกล้หัวเราะขันเสียงดัง
  
หลังจากที่เหล่าเหลาและปี้ชิงเฉินจุนบอกลากัน    เปาซีน้อยก็ถูกดึงหูลากกลับไปพร้อมทั้งคาดโทษเขาหลังจากกลับถึงตำหนักโอสถแล้ว   ข้าให้นึกสงสารเปาซี
  
หลี่เทียนหวางดูเคอะเขินเก้ๆ กังๆ ขณะที่โบกมือลาพวกเรา   เขารีบเดินตรงไปลากจินเหวินที่ถูกมัดอยู่แล้วถามว่า   จะทำยังไงกับเจ้าปีศาจปลานี้ดี
  
เจ้าปีศาจนี้ควรจะถูกประหารที่สมรู้ร่วมคิดขโมยอาหารหรือไม่ล่ะ?”
  
หลี่เทียนหวางชำเลืองมองมาที่เขาแล้วออกคำสั่งเสียงดังลั่นกับพลพรรคทหารสวรรค์   ปล่อยนาง!   ถ้านางอยากกลิ้งก็ให้นางกลิ้งไป
  
จินเหวินถูกปล่อย   นางตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนแล้วตรงมาที่ข้า   นางเอาแต่ถามว่า  เหมียวเหมียว,  เจ้าเป็นยังไงบ้าง?    แล้วยาอายุวัฒนะทำไมกลายเป็นเนื้อแดดเดียวไปได้?”
  
ข้าไม่ได้ขโมยยามา   ดังนั้นข้าคว้าบิดหูตัวเองแล้วพูดว่า   ดูเหมือนว่าข้าจะขโมยมาผิด....
  
จินเหวินอึ้งไปชั่วขณะ   นางก็พูดขึ้นว่า   โชคยังดีที่เจ้าโง่...
  
ปี้ชิงเฉินจุนไม่ให้ข้าพูดกับนางอีกต่อไป   เขากอดข้าแล้ววางข้าบนหลังของพี่กิเลน   ทิ้งให้จินเหวินยืนอยู่เดียวดาย   แต่โชคดีที่โมหลินรู้สึกสงสารนาง    จึงชวนนางขึ้นกวางวิเศษของเขาแล้วนำนางกลับมาส่งที่ตำหนักชวนจิ้ง
  
หลังจากที่เรากลับมาถึง   โมหลินก็นำยาสูตรแสนขมและผ้าพันแผลมา   แปลงร่างข้าให้กลับเป็นมัมมี่อีกครั้ง    ต่างจากอันแรกก็แค่งวดนี้   เขาประดิษฐ์พู่ดอกไม้สองอันแทนที่จะมีอันเดียว   อันหนึ่งติดที่คอ อันหนึ่งติดที่หาง........
  
ข้าคิดว่าปัญหามันจบไปแล้วซะอีก   ข้าเลยคาดไม่ถึงเมื่อปี้ชิงเฉินจุนสั่งให้พาตัวข้าและจินเหวินมาที่ห้องโถง    เขากล่าวว่า....การกระทำของเราสองเกินขอบเขตไปมาก  และพวกเราต้องได้รับการลงโทษ
  
ลงโทษอะไรอ่ะ?
  
ปี้ชิงเฉินจุนนั่งเป็นประธานกลางห้องบนเก้าอี้ไม้สลักเสลาลวดลายต้นเหมยบาน    จินเหวินนั่งตัวสั่นคุกเข่าอยู่ข้างข้า    ข้ามองไปที่เขาอย่างโง่งม   เดาเอาว่าครั้งนี้ข้าคงโดนฟาดก้นแน่นอน
  
ปี้ชิงเฉินจุนตั้งคำถาม
  
ข้าก็สั่นหัวว่าข้าไม่รู้
  
ปี้ชิงเฉินจุนหมดคำพูด   สักครู่เขาก็ถามต่อว่า   เจ้ารู้ไหมว่าสิ่งของที่ไม่ใช่ของเจ้า   ไม่ควรไปยึดเอามาครองโดยพลการ
  
แต่ว่า.....    ข้าหยุดคิดแล้วถามเขากลับ   ทำไมข้าเอาเป็นของข้าไม่ได้....
  
เหมียวเหมียว.....เจ้าชอบอะไรมากที่สุด?”   ปี้ชิงเฉินจุนถอนหายใจแล้วถามข้า


ปลา!”   ข้าตอบเสียงดังฟังชัด   จากนั้นก็เพิ่มเติม   ข้ายังชอบซือฟุ!  ข้าชอบหยินซีหว่าหวาจินเหวินเก๋อเก๋อพี่เสือ และเสี่ยวหลิน!”

สีหน้าปี้ชิงเฉินจุนผ่อนคลาย   เขาลุกขึ้นยืนเดินตรงมาที่ข้าแล้วพูดว่า   ถ้าหากมีใครมาขโมยปลาของโปรดเจ้าไป,  เจ้าจะเสียใจไหม?”
  
เสียใจแน่นอน!   ข้าจะกัดมันผู้นั้นให้ตายเลย!”   ข้าตอบโดยไม่ลังเล
  
หากเจ้าขโมยของๆ ผู้อื่น,  เจ้าของๆนั้นก็อาจจะทำเช่นเดียวกับเจ้า  กัดเจ้าให้ตาย”    ปี้ชิงเฉินจุนอธิบายข้าด้วยความอดทน
  
คำพูดนั้นซึมซับใส่ข้าทันใด   เหล่าเหลาและหลี่เทียนหวางคงชอบกินยาอายุวัฒนะมากๆ ข้าไปขโมยยาของเขา   พวกเขาก็เลยโกรธจนจะเผาข้าให้ตาย
  
รับทราบความผิดพลาดของตนและรีบแก้ไขเป็นพฤติกรรมที่ดีของแมวแสนดี    ข้ารีบตรงไปข้างหน้าแล้วถูไถตัวกับขาของปี้ชิงเฉินจุน    ซือฟุ, อย่าโกรธข้าเลยน่ะ   คราวหน้าเหมียวเหมียวจะไม่ขโมยอีก

สำนึกผิดแล้วจ๊ะ

การขโมยเป็นเรื่องไม่ดี   เจ้าเข้าใจแล้วใช่หรือไม่”    ปี้ชิงเฉินจุนกล่าวพร้อมกับอุ้มข้าขึ้น ลูบไล้ขนไหม้เกรียมของข้าเล่น
  
เข้าใจอย่างสุดซึ้ง!”
  
หากเป็นเช่นนั้น, ข้าจะทำโทษกักบริเวณเจ้าอยู่ในถ้ำสักเจ็ดวันให้เจ้าทบทวนความผิด   งดให้อาหาร”    ปี้ชิงเฉินจุนใคร่ครวญแล้วกล่าวออกมา
  
ขังข้าไว้อีกแล้ว?”    พอได้ยินคำพิพากษา,  ใบหน้าแมวน้อยเริงร่าก็หายวับ.....
  
ปี้ชิงเฉินจุนเพิกเฉยไม่สนใจคำโวยวายของข้า   เขาหันมาทางจินเหวินแล้วกล่าวว่า   เจ้าคงจะรู้กฎลงโทษของสวรรค์ดีใช่หรือไม่?”
  
ข้าน้อยทราบดี    จินเหวินโขกศีรษะอ้อนวอน   นายท่านเฉินจุนโปรดตัดสินโทษของข้าน้อยด้วย
  
เด็กๆ เข้ามา    ปี้ชิงเฉินจุนหันไปตะโกนสั่งข้างนอก   ลากนางไปโบยข้างนอก 100 ที
  
ได้ฟังข้ารู้สึกอิจฉาโทษของจินเหวิน....ถูกโบยด้วยไม้ก็ยังดีกว่าโดนอดอาหาร
  
โชคไม่ดีเลยที่เสียงโอดครวญ   กระเง้ากระงอดของข้าจะทำให้ปี้ชิงเฉินจุนโกรธมาก....เขาหิ้วคอข้าโยนเข้าไปไว้ในถ้ำกักบริเวณตามเดิม   แล้วปิดประตูเหล็ก   จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับโมหลินว่า   ขอบใจเจ้า
  
โถ...โถ้...เหมียวน้อยผู้น่าสงสาร”   โมหลินถอนหายใจ    มือของเขาประกบเข้าด้วยทำสัญลักษณ์บางอย่างก่อให้เกิดเส้นสีขาวนับไม่ถ้วนปกคลุมด้วยถ้ำ
  
เส้นเหล่านี้ปกคลุมทั่วถ้ำแล้วยังมาถึงร่างกายของข้าด้วย   ดูดเอาเรี่ยวแรงข้าไปทั้งหมด   ข้าล้มแขนขาอ่อนระทวยนอนอยู่บนพื้นไม่มีแม้แต่แรงจะขีดข่วนลูกกรงเหล็กดัดเพื่อที่จะแหกหนีออกจากถ้ำ
หมดสภาพ!!   เพราะเวทย์ผนึกพลัง

กรงเหล็กติดกุญแจแถมไม่มีอาหาร....ข้านอนอย่างสิ้นหวังกลิ้งไปกลิ้งมาบนพื้นราวกับเด็กน้อย
  
ใจของปี้ชิงเฉินจุนคงทำมาจากหิน    เขาเพียงหันหลังจากไปทิ้งให้ข้าสำนึกผิดเพียงลำพัง
ซือฟุหันหลังจากไป

ข้าเศร้าไปงับลูกกรงเหล็กเล่นไป   ท้องข้าก็ส่งเสียงร้องคร่ำครวญ    ข้าดื่มได้แต่น้ำเปล่าแต่ไม่ว่าข้าจะกรอกเท่าไรลงท้อง   ข้าก็ยังไม่อิ่ม...แผลของข้ายังรู้สึกแย่กว่าตอนโดนเผาไฟซะอีก
  
หลังจากทบทวนความผิดของตัวเองและนั่งเลียขนตัวเอง  ข้าก็ได้กลิ่นหอมๆ โชยมาทำให้ข้าอยากจะโผเข้าหาแล้วก็  หง่ำ...หง่ำ...หง่ำ...คำโตๆ
  
หิ๊วหิว   หิวเหลือเกิน   หิวจนข้าใกล้จะบ้าแล้ว.....
  
ทันใดนั้น, ข้าก็ได้กลิ่นจางๆ ของปลาลอยมาแต่ไกล   ค่อยๆ เข้ามาใกล้ๆ ทุกทีๆ ข้ารีบถลันไปที่ปากทางเข้าถ้ำแล้วตะโกนเรียกออกไป
  
เหมียววว.....แอวววว  เหมียวววว....แอวววว เหมียวอยากกินอะไรก็ได้ ข้าหิวข้าว

.............................................
จบบท 
จากผู้แปลถึงน้องเปาซี งวดหน้าควรซื้อเนื้อแดดเดียวบรรจุสูญญากาศ  สะอาด-ปลอดภัย-ไร้กลิ่นกวนใจ-พกพาสบาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น