วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 29 ผู้ร้ายใจร้ายทุกคน

ความแค้นที่โกนขนข้า   ข้าต้องเอาคืน!!!
  
ทุกวันคืนที่นั่งกินนอนกินอยู่หลังกรงเหล็ก   ข้าคิดสะระตะถึงวิธีการเอาคืนจะฉีกเนื้อเลาะกระดูกแหวะเส้นเอ็นเจ้าโมหลินแล้วให้คุกเข่ามากราบเรียกข้าว่า อาวุโสเหมียว!   สำหรับปี้ชิงเฉินจุน....ข้ายังไม่ได้คิดว่าเขาเป็นศัตรูข้าค่อยคิดเอาทีหลัง

เพราะข้ามีเรื่องให้ขบคิด  วันกักบริเวณของข้าก็สิ้นสุดลงอย่างรวดเร็ว  ปี้ชิงเฉินจุนมารับข้ากลับด้วยตนเอง   พาข้าขึ้นโต๊ะที่มีแต่ปลาและปลาเต็มไปหมด   เขาบอกข้าว่าเพื่อเป็นการชดเชยความเสียใจเรื่องขนของข้า   หลังจากหลายวันไม่ได้แตะต้องอาหารดีๆ เลย   ข้าเลยอภัยให้เขากับเรื่องที่ผ่านไปแล้ว
  
แต่ๆๆๆ....ก่อนที่ขนของข้าจะยาวขึ้นมาใหม่   ข้าจะไม่ยอมให้ใครพบข้าในร่างแมวเด็ดขาด  ข้าเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์และสวมเสื้อผ้าปกปิดหางที่เกรียนเพื่อมิให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะข้า
  
คืนนั้น, พอข้าก้าวขึ้นเตียงของปี้ชิงเฉินจุน ปฎิกริยาของเขากลับต่อต้านข้าอย่างรุนแรง!!!
  
ในอดีต, ซือฟุชอบขนนุ่มของร่างแมวข้ามาก   แต่เขากลับเกลียดข้าเมื่อข้ากลายร่างเป็นมนุษย์  แต่เดิมเมื่อข้าปีนขึ้นเตียงเขาในร่างแมว  เขาไม่เคยปฎิเสธแต่ตอนนี้พอข้าจะขึ้นเตียงเขาในร่างมนุษย์  เขาปฎิเสธอย่างดุเดือด
  
ปี้ชิงเฉินจุนเหวี่ยงผ้าห่มทิ้ง เขาลากข้าแล้วเอ็ดเสียงดุว่า   หากเจ้าไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นใดซ่อนเร้น  จงอย่าปรากฏร่างเช่นนี้ขึ้นเตียงกับผู้ชายกลางค่ำกลางคืนเด็ดขาด
  
ตะ...แต่ว่าข้าขึ้นเตียงซือฟุนะ”   ข้าที่ง่วงจนตาจะปิดแล้วยังต้องมาถ่างตาตื่นบรรยายเหตุผลชักจะโกรธ

ซือฟุ!!  ข้าง่วงสุดๆ ลืมตาจะไม่ขึ้นแล้วนะ

ซือฟุก็เป็นผู้ชาย!”    ข้าไม่รู้ว่าปี้ชิงเฉินจุนพยายามจะอธิบายอะไร  แต่เขาท่าทางถมึงทึงจังอ่ะ....
  
ทำไมข้าขึ้นเตียงกับผู้ชายไม่ได้?”    ข้ายังคงไม่เข้าใจสาเหตุ
  
เพราะว่า....เพราะว่า....    อยู่ๆ สีหน้าของปี้ชิงเฉินจุนเดี๋ยวแดงเดี๋ยวขาว    เขาอึกอักพยายามคิดหาคำพูดอยู่นาน   เขาดึงหูข้าแล้วพูดเสียงโหดว่า   “เพราะเจ้าจะถูกผู้ชายจับกินน่ะซิ
  
ถะ...ถูกจับกิน??”   ข้าชักเริ่มหวั่น   “กินหมดจดเลยหรือ?”
  
ปี้ชิงเฉินจุนพยักหน้า  มองที่ข้าแล้วไม่พูดอะไรอีก
  
ท่านจะกินข้าด้วยหรือ....”     ข้าถามเขา  ตามองเป๋งจับสังเกตเขา   ข้าเชื่อว่าเขาแตกต่างจากเจ้าผู้ชายชั่วพวกนั้น
  
แต่ข้าคาดไม่ถึง ปี้ชิงเฉินจุนพยักหน้าแล้วพูดว่า “อย่าได้ทดสอบความอดทนของข้า

หากซือฟุจะกินเหมียวเหมียว.....ต้องกินแบบนี้... no เครื่องครัวใดๆ

ภาพแห่งความทรงจำเกี่ยวกับ แมวสามสหาย หม้อไฟเนื้อแมว แมวย่างจิ้มแจ่ว แมวสะดุ้ง แมวร้องไห้ สารพัดเมนูเนื้อแมวไหลเข้ามาในหัวของข้า ตัวข้านั้นรีบกระโดดลงจากเตียง เก็บหางแล้ววิ่งจู้ดออกจากประตูไม่เหลียวหลัง... ข้ากลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจจับข้าโยนลงหม้อปิดฝาซะก่อน
  
ข้าวิ่งแตกตื่นในใจอึงอล  ผู้ชายเป็นสัตว์ป่าต่ำช้าอะไรอย่างนี้!   พวกเขากินได้แม้กระทั่งเนื้อลูกแมวน่ารักอ่อนเดียงสาเช่นข้า!!!
  
ข้าไม่ประสงค์จะปะหน้าผู้ชายอีกแล้ว!   ข้าวิ่งเตลิดออกไปตามถนน   ด้วยความสะพรึงกลัว  ข้ากวาดตามองบรรดาบ่าวรับใช้ชายที่ผ่านตาไปด้วยความกลัวและระแวง รู้สึกราวกับว่าพวกเขาอาจจะกรูเข้ามารุมจับข้าไปย่าง
  
คิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว,  ข้าเลยวิ่งไปหาจินเหวินที่ห้องแล้วกระโจนพรวดขึ้นเตียงของนาง  ข้าดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเนื้อตัวสั่นเทา
  
อู้ยยยยยย!!!”    จินเหวินกรีดแล้วแหวข้าว่า   ไอ้เจ้าแมวโง่ เจ้ากระแทกโดนก้นข้า
  
จินเหวิน!”   ข้าโถมกายเข้ากอดนาง   ถูใบหน้ากับตัวของนางแล้วพร่ำบ่นระบายให้นางฟังอย่างช้ำใจ   ซือฟุบอกเขาอยากกินข้า!”
  
นายท่านเฉินจุนเป็นผู้ชายที่ดีเลิศเท่าที่จะหาได้ในภพสวรรค์นี้”   จินเหวินที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ยยิ้มๆ   ข้านึกว่าเจ้าโดนกินไปถึงไหนแล้ว
  
ไหงงั้นล่ะ!”   เห็นนางกล่าวอย่างเย็นใจ   ข้ายิ่งเสียใจ  ข้าโดดเข้าใส่นางแล้วพูดว่า   ทำไมเขาอยากกินข้าด้วย?”

แมวสอนไม่ขึ้นเอ้ย!  เอาเท้าเจ้าออกไป!!! ข้าเจ็บอยู่น่ะ!!”    จินเหวินไม่ตอบคำถามข้ากลับร้องกรี้ดขึ้นมาแทน   หากเจ้าแตะก้นข้าอีกที   ข้าก็จะกินเจ้าเหมือนกัน!!”
  
เหลวไหลลลล ปลากินแมวมีที่ไหน!  มีแต่แมวกินปลาเฟ้ย!!!”    ข้าไม่กลัวคำขู่ของนางแม้แต่น้อย
  
วันหน้าเจ้าอย่าหวังจะได้กินปลาอีกเล้ยยยย!”    จินเหวินเดือด
  
ขะ...ข้าไม่แตะก้นเจ้าอีกก็ได้...”   หากเป็นเรื่องปากท้อง  ข้าควรจะใจเย็นเปิดใจรับฟัง   ดังนั้นข้าก็เลยบ่นพึมพำกับจินเหวินว่า   “ซือฟุคือไข่เน่า...ซือฟุคือไข่เน่า....
  
อยู่ๆ จินเหวินก็เขกหัวข้าแล้วตะโกน    นายท่านเฉินจุนเป็นคนดีที่หนึ่ง  เป็นสุดยอดเทพเซียนอันดับต้นๆของภพสวรรค์!   ถึงแม้เจ้าจะปัญญาทึบแค่ไหน  เจ้าได้มีวาสนาเป็นศิษย์ของเขา   เจ้าคงต้องเคยทำคุณอันยิ่งใหญ่ไม่ก็เคยช่วยเหลือเขามาก่อนเป็นแน่   หากเจ้าไม่เชื่อฟังเขาให้ดีแล้วล่ะก็......ข้าจะไม่ให้อภัยเจ้าเลยยยย
  
คำก็นายท่านเฉินจุน สองคำก็นายท่านเฉินจุน ยิ่งฟังข้าก็ยิ่งเศร้า ข้ามองไปที่จินเหวินรำพึงรำพัน   ยาอายุวัฒนะแสนดี ยาอายุวัฒนะหาย้ากยาก”   ฟังไปฟังมาข้าก็นึกสงสัยอยากเห็นเจ้ายาที่ว่า   ข้าจึงขอจินเหวินดู
  
จินเหวินทนคำรบเร้าของข้าไม่ไหว   นางนำกล่องเล็กออกมาจากใต้แขนเสื้อ   นางแกะชิ้นผ้าไหม 78 ชั้นที่ห่อหุ้มไว้ออกเผยให้เห็นยาเม็ดกลมสีแดงเม็ดหนึ่ง  จินเหวินชำเลืองมองข้า  นางอยากจะรีบเก็บยาขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัยและซุกซ่อนเป็นอย่างดี
  
สิ่งนี้คือสิ่งที่เหล่าเหลาและหลี่เทียนหวางชอบกินน่ะเหรอ    ข้าทนแรงดึงดูดปล่อยให้มือคว้ายาหมับเข้าให้อย่างว่องไว   จินเหวินทำสีหน้าคาดไม่ถึง   ตอนนี้เม็ดยาอายุวัฒนะมาอยู่ในมือข้าแล้ว
  
ข้าคว้าขึ้นมาดม    มันก็มีกลิ่นเหมือนยาน่ะแหล่ะ  ไม่เห็นหอมน่ากินตรงไหน   ต่างกับเนื้อแดดเดียวที่ข้าหยิบติดมือมาคราวที่แล้วด้วยซ้ำ   ข้าเลยออกปากถามจินเหวินว่า   เจ้านี่....มีดีตรงไหน?”
  
สีหน้าจินเหวินเปลี่ยนเป็นซีดเผือด   นางร้องเสียงแหลมใส่ข้าว่า  ไหว้ล่ะ ผู้อาวุโสท่านอย่ากินเด็ดขาดเชียว!   ข้าจะนำไปช่วยชีวิตน้องข้า!”
  
ข้ามองไปที่สีหน้าท่าทางกังวลของนางแล้วยิ่งอยากรู้อยากเห็นเข้าไปใหญ่   ข้าถึงกับแลบลิ้นออกมาเลียเม็ดยา   แต่รสชาติมันขมจัด   ไม่ใกล้เคียงกับของโปรดของข้าเช่น ปลาสักนิด.........
  
หากเจ้ากล้ากินมันเข้าไปล่ะก็ข้าจะแลกกับเจ้า!”  เสียงร้องของจินเหวินปรี้ดด้วยความหวั่นกลัว   เสียงนางได้ยินก้องไปทั่ววังชวนจิ้ง   ทำให้ข้าตกใจจนใจเต้นผิดจังหว  ะ ดังนั้นข้าก็เลยเก็บยาคืนลงกล่องแล้วคืนให้นาง
  
จินเหวินรีบห่อกล่องด้วยความประณีตและเก็บเข้าไว้ในแขนเสื้อแล้วก็หันมาสำทับข้าว่า เจ้าห้ามแตะต้องมันอีก
  
ข้าทำหูลู่แล้วพยักหน้าหงึกหงัก  ข้าเริ่มรู้สึกว่าจินเหวินมีอะไรหลายอย่างคล้ายพี่สะใภ้หลัวชาของข้า ข้ามุดเข้าใต้ผ้าห่มแล้วเจตนาถูไถร่างกายกับนาง เอ่ยปากกับนางว่า จินเหวินเจ้ารู้จักที่พักของโมหลินหรือไม่
  
แน่นอนอยู่แล้ว ท่านโมหลินเป็นหมอที่มีชื่อเสียงมากในภพสวรรค์ ความสามารถของท่านเป็นที่เลื่องลือ อาการของน้องสาวข้าก็เคยได้เขามาตรวจรักษา    จินเหวินพูดไปเรื่อยๆโดยไม่ได้มองหน้าข้า  “ครั้งก่อนเพราะความเข้าใจผิด ข้าเลยลงแส้ใส่เขา  ข้ารู้สึกสำนึกผิดมาก หากมีโอกาสคราวหน้าข้าจะไปเยี่ยมคารวะกล่าวคำขอขมา
  
ข้าอยากไปด้วย  ให้ข้าไปด้วย!”   หากรู้ว่าไอ้คนชั่วพักอยู่ที่ไหนก็แปลว่าข้ามีโอกาสจะได้ล้างแค้น   ข้าร่าเริงยิ่ง
  
เจ้าก็อยากไปด้วย?”    จินเหวินหันมามองหน้าข้า  เจ้าจะไปขอขมาด้วยแต่เจ้าก็สมควรไป คราวที่แล้วเพราะเจ้าโดนไฟเจดีย์ของหลี่เทียนหวาง ต้องขอบคุณท่านโมหลินที่นำเลือดคางคกตะบะหมื่นปีมารักษาเจ้า
  
เลือดคางคกหมื่นปีอะไรกัน?   ข้าส่ายหัวไม่เข้าใจ  แต่จินเหวินดูจะชอบอกชอบใจข้อสรุปของนางจนไม่สนใจอะไรข้า   ดังนั้นข้าเลยไม่คิดจะบอกเหตุผลที่แท้จริงที่ข้าคิดจะไปหาโมหลิน
  
เจ้าอ่อนปวกเปียกไม่มีกระดูกอย่างโมหลินไม่ใช่คู่มือของข้าหร้อกกกก
  

ข้าคิดทบทวนจนกระทั่งผล็อยหลับไปด้วยความอิ่มเอมใจ


...............................................
จบบท


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น