วันพุธที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 66 สัประยุทธ์ (ดิบ)

“พวกเจ้าคิดจะทำอะไร?”   มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้ว  มองด้วยสายตาไม่เป็นมิตรมายังองครักษ์หมายเลขและหมายเลขสอง

“ที่นี่อันตรายรอบด้าน  แม่นางมู่หรงเพียงผู้เดียว,  องค์ชายเป็นห่วงความปลอดภัยจึงใคร่เชิญแม่นางร่วมเดินทางไปด้วยกัน!”   องครักษ์หมายเลขหนึ่งกล่าววาจานอบน้อมด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งแต่ยืนกรานในที


“ถ้าข้าปฎิเสธเล่า...?”    มู่หรงเสวี่ยเลิกคิ้ว  ยิ้มประหลาดในหน้า   ร่วมทางงั้นเรอะ?  ชิชะ...พูดซะสวยหรู   แต่ในความเป็นจริงก็คือล่อลวงนาง โดยไม่ต้องกุมตัว  เพียงรอเวลาให้ฉินอี้หยวนฟื้นคืนสนิทมาจัดการแก้แค้นนางด้วยตนเอง  นางไม่โง่ยอมทำตามง่ายๆหรอก

“เช่นนั้น....ผู้น้อยคงต้องเสียมารยาท!”   ข้อมือขยับส่งอาวุธมุ่งมาที่ลำคอของมู่หรงเสวี่ย
มู่หรงเสวี่ยบิดริมฝีปาก  มือขาวบางของนางก็เคลื่อนไหวตอบโต้  กระบี่อ่อนประจำกายสะบัดโค้งเข้าเฉือนที่ข้อมือขององครักษ์หมายเลขหนึ่งและสอง   หยดเลือดสีแดงพุ่งออกมา  อาวุธในมือขององครักษ์ทั้งสองทิ้งตัวลงกับพื้นดินดัง เปรื่อง  มือไม้ถูกปาดทำลายชีพจรมิสามารถยกอาวุธขึ้นสู้ได้อีกต่อไป.....

มู่หรงเสวี่ยเก็บกระบี่อ่อนเข้าฝักด้วยลีลาบรรจง ท่ามกลางสายตาตระหนกขององครักษ์ทั้งสอง  ในชั้นแรก, พวกเขาทระนงเดินหน้าเข้าปะทะกับนาง  ทั้งยังออกปากขู่เข็ญนางอีก!  
ตอนนี้เป็นไง…..ล้วนถูกนางตัดถูกเส้นเอ็นจับอาวุธไม่ได้อีก  นางจะคอยดูซิว่าองครักษ์คู่นี้จะเอาอะไรมาขัดขวางนางได้อีก!

องครักษ์ของวังจิงที่เก่งฉกาจเป็นที่กล่าวขานในความเข้มแข็ง,  แม้แต่สตรีตัวเล็กๆ นางหนึ่งก็ไม่สามารถจะเอานางอยู่รู้ถึงไหน….อายถึงนั่น!

สีหน้าของเย่วอี้เฉินประดุจดั่งพายุร้าย  เขาเคลื่อนไหวฉับพลัน  หางตาแวบเห็นสีม่วงไหวๆ, กระพริบตาหนึ่งก็มาอยู่ตรงหน้ามู่หรงเสวี่ย  คว้ามือออกมาหมายจะจับหัวไหล่นาง

มู่หรงเสวี่ยขบกรามย่นหัวคิ้ว   เย่วอี้เฉินผู้นี้เหมือนกาวข้าวเหนียว,  แกะอย่างไรก็ไม่หลุด   ติดมือหนุบหนับเหลือเกิน!

นางเบี่ยงตัวหลบมือของชายหนุ่มแล้วฟาดฝ่ามือโต้ตอบกลับไป!

ริมฝีปากของเย่วอี้เฉินยกยิ้มแปลกๆ    ชายหนุ่มเบี่ยงกายเล็กน้อยเพื่อหลบฝ่ามือนางแล้วคว้าเข้าที่ข้อมือบางของหญิงสาว   กระชากอย่างแรงเข้าสู่อ้อมกอดโอบรัดของชายหนุ่ม....

มู่หรงเสวี่ยไม่ทันระวัง  เห็นภาพเพียงเสี้ยววินาทีที่ร่างอ้อนแอ้นของนางกำลังปลิวหวือเข้าปะทะกับอ้อมอกกำยำของชายหนุ่ม  พลันมีฝ่ามืออีกหนึ่งไม่ทราบว่ามาจากที่ไหนกระแทกเข้าที่แขนที่ยื้อยุดนางของเย่วอี้เฉินอย่างรุนแรงจนเขาต้องคลายมือจากการยึดกุมนางออก
แขนของใครคนหนึ่งจับที่บ่านางทางด้านหลังแล้วดึงกายบอบบางของหญิงสาวกลับเข้าสู่อ้อมอกอุ่น  ปลายจมูกรั้นเชิดของนางพลันได้กลิ่นสดชื่นของป่าไผ่  กลิ่นที่จรรโลงจิตใจพาให้นางรู้สึกนิ่งสงบ  ศีรษะหมุนกลับไปมองก็พบใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มอีกผู้หนึ่ง



“เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่?”   โอวหยางเส่าเฉินมองสำรวจนาง  ดวงตาสีดำมีประกายร้อนรนด้วยความเป็นห่วง

มู่หรงเสวี่ยสั่นศีรษะ   ริมฝีปากของหญิงสาวเม้มพยายามกลั้นยิ้ม:   “ท่านมาทันพอดี  ข้าไม่ได้เป็นอะไร!

ริมฝีปากของชายหนุ่มยกยิ้มตอบใบหน้าอมยิ้มแก้มตุ่ยของนาง  ดวงตาสีดำสนิทของชายหนุ่มมีแววหวนระลึกถึงยามที่เขาทิ้งตัวกระโดดลงจากหน้าผามายังหุบเหวเบื้องล่าง  แต่กลับไม่พบวี่แววของมู่หรงเสวี่ย  จึงได้ออกตามหานางอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้  ไม่คาดคิดเลยว่าจะล่าช้ากว่าผู้อื่น

ค่อยเบือนหน้าหันกลับมามองชายหนุ่มอันธพาลผู้คอยตามหาเรื่องสตรีของเขา  ดวงตาสีดำสนิทของชายหนุ่มมีร่องรอยกระเพื่อมของแววโหดเหี้ยมอยู่ภายใน   ในขณะที่ปากเค้นคำพูดออกไปว่า “เย่วอี้เฉินข้าบอกเจ้าแล้วใช่ไหม....ว่าไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเสวี่ยเอ๋อร์อีก!

ปลายนิ้วของชายหนุ่มประกบเข้าหากัน   พลังปราณของชายหนุ่มก็ระเบิดฉับพลันจนชายแขนเสื้อสะบัด  ก่อให้เกิดกระแสอากาศปั่นป่วนพุ่งเข้าจู่โจมเย่วอี้เฉินจากทุกสารทิศ  ปราณนั้นก่อกำเนิดระเบิดออกมาโดยไร้ปรานี ทั้งดุดันและทรงพลังยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน

โอวหยางเส่าเฉินผู้นี้น่ะหรือ.....คราวนี้น่าจะเป็นเจ้าที่ถูกเอาคืนมากกว่า

คราที่แล้วที่ริมหน้าผา, เขาเพียงประมาทไปหน่อยจึงทำให้โอวหยางเส่าเฉินมีชัยไป  แต่มาในครั้งนี้, เขาจะประมืออย่างระมัดระวัง  คิดจะชนะเขา...มันไม่ง่ายเหมือนครั้งที่แล้วหรอก!
เย่วอี้เฉิน, ฉับพลันหรี่ตาลง  สะบัดนิ้วมือภายใต้แขนเสื้อปลดปล่อยพลังยุทธ์เข้าต้านรับพลังปราณของโอวหยางเส่าเฉินอย่างไม่รั้งรอ......

“ปัง!  ปัง! ปัง!  สองปราณวรยุทธ์ต่างขั้ววิ่งเข้าประทะกันกลางอากาศ  กระแสลมที่ไร้รูปรอยพัดผันผวนบ้าคลั่งน่าประหวั่นจนกรามอ้าค้าง!

มู่หรงเสวี่ยที่เป็นดั่งผู้ชมที่นั่งชิดติดเวที   ไม่เห็นชายหนุ่มทั้งสองเคลื่อนไหวแต่อย่างใด  เพียงแค่เห็นปลายแขนเสื้อของทางฝ่ายโอวหยางเส่าเฉินสะบัดพลิ้วไหวราวกับดอกบัวบานสยายกลีบ  แล้วก็รู้สึกถึงมวลอากาศอัดกระแทกออกมาพุ่งไปทางเย่วอี้เฉิน...

เย่วอี้เฉินเอง สายตาแข็งกร้าว  ชายหนุ่มสะบัดมืออย่างไม่รีรอ   ปรากฎฝ่ามือไร้ลักษณ์ที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าเข้าหาโอวหยางเส่าเฉินทันควัน!

ทั้งสองต่างเป็นสุดยอดฝีมือ อยู่ระดับแนวหน้า    พลังวัตรแต่ละคนก็แข็งแกร่ง  เมื่อเพ่งสมาธิจดจ่อเข้าห้ำหั่นไม่มีใครยอมใครเช่นนี้  จึงยากจะตัดสินผู้ชนะได้!

ทันใดนั้นเอง,  ก็มีเสียงแตกตื่นรายงานมาว่า “องค์ชาย,  องค์หญิงฉินท่าทาง....ไม่สู้ดี.....”

เย่วอี้เฉินได้ยินความก็คลายฝ่ามือลงเล็กน้อย  ปราณของเขาก็พลันลดระดับความรุนแรงลงด้วย

ยามนั้น,  พลังภายในของซื่อจื่อหนุ่มพลันทะลวงฝ่าปราการการป้องกันของเย่วอี้เฉินเข้าไปได้ กระแทกพลั่กเข้าบริเวณหัวไหล่ของแม่ทัพหนุ่ม  ได้ยินเสียงดัง พลุ่บ!  ก็บังเกิดรูใหญ่สามสี่รู  เลือดสดๆไหลทะลักออกมา....

เย่วอี้เฉินแค่นเสียงเฮอะ  ที่หน้าผากมีรอยย่น  พลังยุทธ์ของชายหนุ่มคลายสลายลง  เหลือบตามองดูโอวหยางเส่าเฉินที่ปราศจากรอยขีดข่วน  แล้วก็หันไปทางฉินอี้หยวน

จะประลองกับโอวหยางเส่าเฉินยังมีโอกาสอีกมาก    แต่ตอนนี้ต้องเห็นแก่ชีวิตของฉินอี้หยวนเป็นสำคัญ   ฉินอี้หยวนประสบเหตุได้รับบาดเจ็บ   เขาจะมามัวต่อสู้ติดพันไม่ได้

โอวหยางเส่าเฉินมองแผ่นหลังของเย่วอี้เฉินแล้วก็ลดพลังยุทธ์ลงเงียบๆ   ชายอาภรณ์ของเขาทิ้งตัวลงแนบกับลำตัว  แผ่นหลังตั้งตรง ท่วงท่าสูงส่งด้วยมาดของผู้มีชัย!

มู่หรงเสวี่ยเลิกคิ้วมองไปยังทิศทางที่ฉินอี้หยวนทอดร่างอยู่   ยามนี้นางถูกเย่วอี้เฉินใช้ผ้าคลุมสีม่วงห่อหุ้มร่างไว้   บนใบหน้าที่โผล่พ้นมาจากเสื้อคลุมเต็มไปด้วยรอยช้ำเขียวช้ำม่วงเป็นดวงๆ    ริมฝีปากแห้งแตก   ดวงตาสองข้างปิดสนิท   ริมฝีปากเพ้อเสียงสั่นๆ   “...ข้าหนาว...หนาวเหลือเกิน....”

ผิวเดิมของนางที่เคยขาวผ่องเป็นยองใย   แต่บัดนี้ถูกหินข่วน  โดนถูลากไปกับพื้นบ้าง  จึงได้แผลทั้งตื้นทั้งลึกนับไม่ถ้วน   แผลเหล่านี้ไม่ได้รีบใส่ยาทำความสะอาด   เกิดติดเชื้อก็จะเริ่มมีอาการไข้เพ้อไม่รู้เรื่อง 

เย่วอี้เฉินคุกเข่าลูบหน้าผากของฉินอี้หยวน  สัมผัสได้ถึงอุณหภูมิที่ร้อนผิดปกติ  เขาขมวดคิ้ว ช้อนร่างของนางขึ้นอุ้ม  ออกเดินก้าวเท้าไปข้างหน้า ปากสั่งการว่า   “ออกจากหุบเขา กลับเมืองหลวง!”   อาการบาดเจ็บของฉินอี้หยวนสาหัสนัก  ต้องรีบไปให้ถึงมือหมอเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

“ขอรับ!”   องครักษ์หมายเลขหนึ่งและหมายเลขสองเก็บอาวุธที่อยู่บนพื้นแล้วก้าวตามหลังเย่วอี้เฉินไปติดๆ

ซุนเฟิงและอู๋เหิงก้าวเข้ามาสมทบ   สวนผ่านกับขบวนของเย่วอี้เฉิน   ทั้งสองเหลือบมองไปยังสภาพของฉินอี้หยวนถึงกับตะลึงอ้าปากค้าง  นี่ใช่องค์หญิงฉินอี้หยวนแน่นะหรือ?  รอยช้ำเลือดช้ำม่วงเต็มไปหมด  ผมเผ้าก็หลุดลุ่ยราวกับโดนจิกทึ้งมาอย่างหนัก  ที่ปากก็บวมเจ่อมีรอยเลือดที่กระอักติดเขอะอยู่    หากสตรีผู้นี้ไม่ได้ถูกอุ้มถนอมอยู่ในวงแขนของเย่วอี้เฉินแล้วล่ะก็....พวกเขาทั้งสองคงจำนางไม่ได้

ทั้งฉินอี้หยวนและแม่นางมู่หรงตกเหวมาด้วยกัน    เช่นนั้น, สภาพขององค์หญิงฉินคงจะเป็นผลงานล้วนๆของแม่นางมู่หรงเป็นแม่นมั่น

ทั้งสององครักษ์เงาส่งสายตาเทิดทูนบูชาให้กับแม่นางมู่หรง   นางช่างเก่งกล้าสามารถใจกล้าซ้อมองค์หญิงแห่งโม่เป๋ยซะสะบักสะบอมขนาดนั้น   มีเพียงหนึ่งไม่มีสอง   หาผู้ใดขวัญกล้าเช่นนางไม่มีอีกแล้ว

“ซื่อจื่อ,  แม่นางมู่หรง!”    สององครักษ์เงาค้อมศีรษะคารวะทั้งสอง

โอวหยางเส่าเฉินส่งเสียงรับรู้   แต่ไม่กล่าวอะไรสักคำ!

“ซื่อจื่อ,  ข้าน้อยพบสถานที่ที่หญ้าหยางเถ่าขึ้นแล้ว  มันอยู่ด้านหน้าหุบเหวนี่เอง!”   อู๋เหิงยิ้มแย้มรายงาน  พอโดดตามซื่อจื่อลงมาจากหน้าผา  พวกเขาก็รีบแกะรอยติดตามเจ้านาย  มิคาดดันพบทุ่งหญ้าหยางเถ่าเสียก่อน

“จริงหรือ?”  มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขวับ  มองไปยังทิศทางที่ว่า  มองเห็นยอดหญ้าที่แฝงตัวสั่นไหวภายใต้กระแสลม  มองเพ่งให้ดีๆ  ดูแล้วน่าจะใช่หญ้าหยางเถ่าจริงๆด้วย!

“เดินไปด้วยกัน  ไปดูให้แน่ซิว่าใช่หญ้าหยางเถ่า!”  สายตาของสาวน้อยเต้นระริกด้วยความยินดี  มือน้อยฉุดดึงโอวหยางเส่าเฉินให้วิ่งไปด้วยกันยังพื้นที่ตรงนั้น

ซุนเฟิงและอู๋เหิงสบตากัน   แล้วก็ออกเดินตามพวกเขาทั้งสอง

เย่วอี้เฉินที่เพิ่งหันกายไปไม่นาน   ได้ยินความแว่วเข้ามาในหู   เขาชะงักฝีเท้าหันขวับไปมองมู่หรงเสวี่ย   สีหน้าของชายหนุ่มปรากฏอารมณ์ซับซ้อนสับสน    นางมายังเขาอวี้ชานเพื่อมาค้นหาหญ้าหยางเถ่า!

หญ้าหยางเถ่ามีพลังหยางคล้ายปทุมาโลกันต์แต่แก่เข้มผิดกันมาก  ตัวนางเองคงจะรู้ถึงข้อนี้แต่ก็ยังคงจะใช้หญ้าหยางเถ่าทดแทน  เพื่อปิดหนทางมิให้เขามีอำนาจเหนือนางได้กระนั้นหรือ?


ในความเป็นจริง,   เขาเองก็มิได้อยากให้นางสิ้นชีวิตลงเสียเมื่อไหร่   หากนางตอบรับเขาอย่างนุ่มนวลยอมแต่งเข้าเป็นพระชายารองให้เขา   เขาก็จะให้ปทุมาโลกันต์ไปตลอดชีวิตไม่มีวันหมด  แต่ทำไมนางถึงได้ดื้อดึง?  ยอมที่จะทนเจ็บตัวครั้งแล้วครั้งเล่าเอาแต่ปฎิเสธข้อเสนอของเขา!


.......................................
จบบท



60 ความคิดเห็น:

  1. เยาวอี้เฉิน แกอ่ะนะ ยกให้ฟรีแถมกระถางธูปยังไม่มีใครเอาเลย ชิ

    ยกป้ายไฟฝ่าบาทโอวหยางสุดแขนเลยค่า

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เราชอบความเห็นนี้อ่ะ 555+ แต่เราขอกระถางธูปนะไม่เอาคน

      ลบ
    2. 555 ข้าน้อยขอคารวะท่านทั้งสอง กล่าวได้ใจไปเลย

      ลบ
    3. ไม่ระบุชื่อ5 ม.ค. 2560 11:26:00

      เราก็ชอบความเห็นนี้ แต่ แม้แต่กระถางธูปเราก็ไม่เอานะ 555

      ลบ
    4. ตะแรกเคืองๆคนเห็นแก่ตัวอยู่... อ่านความคิดเห็นแรกปุ๊บฮาเลย 555

      ลบ
    5. เห็นด้วยค่ะ นังอี้เฉินนี่ถามมาได้ทำไมไม่เอามัน น้องเสวี่ยเขาไม่เอา
      ผู้ชายหลายเมียต่างหาก เขากลัวติดโรค ทำไมมันต้องตื้อขนาดนี่ด้วยฟะ
      สาวเขาไม่รักไม่ชอบไม่เอาด้วยแล้วแกยังจะหน้าด้านไปตู่เขามาเป็นเมียน้อยอีก โว้ยย รำคาญทั้งผัวทั้งเมียเลย ขี้มโนพอกันทั้งคู่

      ลบ
  2. สมน้ำหน้า อยากรู้ว่าว่าที่ชายาเอกสะบักสะบอมซะขนาดนี้ฟันหักอีกต่างหากยังจะเหลือความงามอะไรไหม เย่วอี้เฉินขอให้นายกระอักเลือดตายด้วยความเสียดายเสวี่ยเอ๋อไปเลย

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. เค้ารักกัน ต่อให้ฟันหมดปากก็ยังสวย
      อา..ถุย

      ลบ
  3. อิง่าวว ยอมตายไม่ยอมเป็นเมียน้อยไง เกลียดมันจริงๆ ยังคิดเข้าข้างตัวเองอีกกก
    ฝ่าบาทคะ กระทืบมันอีกสักทีเถอะค่ะ!

    ตอบลบ
  4. ขอบคุณค่า
    เยว่อี้เฉินจบมโนไหนมายะ
    คนเขาไม่เอายังจะตื้ออยู่ได้
    เขาไม่เอาแกจิงๆ เฟร้ย ไม่ใช่แค่ใจแข็ง

    ตอบลบ
  5. เกลียดเยว่อี้เฉิน เมื่อไหร่จะรามือสักที

    ตอบลบ
  6. ผู้ชายเลวๆอย่างแก ต่อให้แถมข้าวสารอีก 7 ตันก็ไม่มีใครคิดจะเอาหรอก

    ตอบลบ
  7. ฝ่าบาทโอวหยางกว่าจะมา เขาเก็บงานไปเกือบหมดแล้ว สงสัยลมจะพัดแรงไปตกที่อื่น

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. คิดเหมือนกันเลย ฝ่าบาทโอวหยางกว่าจิมาได้ อ่านไปแล้วคล้ายๆทรราชดื้อรักนะ กว่าองค์ชายจินจะมา
      รั่วรั่วจัดการเรียบร้อย

      ลบ
  8. อี้เฉินคะ อะไรจะไม่ก็คือไม่เข้าใจม่ายยยยยยยยย

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ4 ม.ค. 2560 15:50:00

    ไอ้โง่..ยังไม่รู้ตัวอีก สาวเขาไม่สนแกก็ยังดึงดัน เฮ้อเสียภาพพจน์แม่ทัพหมด

    ตอบลบ
  10. เหอะๆ ถามมาได้ ที่เอ็งทำมาทั้งหมดตั้งแต่ต้นอ่ะ แต่งด้วยก็โง่เต็มทนแล้ว

    ตอบลบ
  11. ไอ้บ้า ใครมัยจะไปยอมทำไมดข้าใจยากจางงงงงง เหตุผลใด ที่มี หากไม่พูดหรือสื่ออกมาสักนิด ใครจะไปรู้ฟ่ะ เคืองอย่างแรง

    ตอบลบ
  12. เย่วอี้เฉิน กรุณาออกจากกะลาด้วยค่าา

    ตอบลบ
  13. นี่นะเหรอแม่ทัพสายตาแย่ไม่พอยังเห็นแก่ตัวโคตรๆอีก เสวี่ยเออร์ไม่แต่งให้ก็ถูกแล้วนิจะดึงดันอีกทำไม เมื่อไรจะถอนหมั้นกันสักที รำคาญทั้งผัวทั้งเมียเลย รีบๆตายนะ เกลียด

    ตอบลบ
  14. ไม่ระบุชื่อ4 ม.ค. 2560 16:52:00

    เยว่อีเฉินโตมาด้วย"หญ้า"ใช่มั้ยยย ไมโคตรโง่จะอี๊

    ตอบลบ
  15. อ่าาานางขึ้นทุกวันๆเลยจ้า นางเกง ฉลาด

    ตอบลบ
  16. อ่านคอมเม้นต์แล้วฮามากอะ

    ตอบลบ
  17. ไม่โง่ก็บ้าละแต่งไปเป็นเมียน้อยให้ถูกแกกับเมียแต่งโขกสับรังแกเหรอ นางทำถูกแล้วนางก็มีศักดิ์ศรีนะ

    ตอบลบ
  18. อี้เฉิน..เจียมตัวนิดนุง...อย่าหนาให้มากนัก..สาวเจ้าก็บอกแล้วว่าไม่สน...ใยไม่เข้าอีก...อายแทน

    ตอบลบ
  19. ไม่ระบุชื่อ4 ม.ค. 2560 18:18:00

    อีเฉินนี้มันหนาเบอร์ 5 ทู่ซี้เป็นที่หนึ่ง
    ฝ่าบาทโอหยาง จัดอีกสักตุ๊บสองตุ๊บดิ๊

    ตอบลบ
  20. ไม่ระบุชื่อ4 ม.ค. 2560 18:19:00

    อีเฉินนี้มันหนาเบอร์ 5 ทู่ซี้เป็นที่หนึ่ง
    ฝ่าบาทโอหยาง จัดอีกสักตุ๊บสองตุ๊บดิ๊

    ตอบลบ
  21. เย่วอี้เฉินต้องเข้าใจนะเสวี่ยเอ๋อร์นางกินข้าวค่ะไม่ได้กินหญ้ากับน้ำใต้ศอก
    ตัวเองก็เป็นแม่ทัพนะน่าจะหาข้าวมากินแทนหญ้าได้แล้วเผื่อฉลาดขึ้นมาบ้าง

    ตอบลบ
  22. ขอบคุณค่ะ /เอือมแม่ทัพตดเหม็นนี่มากค่ะซิส

    ตอบลบ
  23. นางเอกไม่เอาก็ยังไม่เข้าใจอีกเนอะ

    ตอบลบ
  24. สีม่วงไหวๆ เห็นสีม่วงไหวๆ

    ตอบลบ
  25. เมื่อไหร่จะไล่ไปซักทีทั้งแม่ทัพ ทั้งองค์หญิง เบื่อมากทั้ืงสองคน

    ตอบลบ
  26. ชอบตอนไล่อ่านคอมเม้นต์นี่ล่ะค่ะ เหมือนจะสะใจอิอิ

    ตอบลบ
  27. ......หรือสมองมันจะมีปัญหา

    ตอบลบ
  28. นิยามคำว่านกเอี้ยงคู่กับควายนี้มันช่างเหมาะจริงๆ หรือจะเป็นผีเน่าโลงผุก็ได้นะ แม่ทัพอะไรโง๊โง่

    ตอบลบ
  29. แล้วนางเอกจะโดนโทษอะไรป่าวหว่า เล่นซ้อมองค์หญิงซะปางตายขนาดนั้น 555

    ตอบลบ
  30. เยว่อี้เฉินยังมีหน้ามาสงสัยอีกนะ ใครจะอยากแต่งไปเป็นเมียน้อยฮะ? แล้วไอ้ที่อุ้มอยู่นั่นไม่เอาไปโยนทิ้งก่อนหล่ะ ถ้าอยากจะได้นางเอกจริงๆอะ ยัยฉิน..ขอให้เสียโฉมไปเลยเหอะ สมน้ำหน้าที่สุด!

    ตอบลบ
  31. ไอ้หลงตัวเองเอากระจกไหม?

    ตอบลบ
  32. ใครจะไปอยากเป็นเมียน้อยแกรรรรรร อีชายเฉินที่น่าตบ โกรธๆๆๆๆๆๆ

    ตอบลบ
  33. ขอบคุณมากครับที่มาต่อ สะจายยยอิแม่ทัพก๊อกก๋อย น้ำลายหกละสินะ คริคริ

    ตอบลบ
  34. ขอบคุณคะ

    โอวหยางกับองครักษ์มัวแต่แวะเก็บดอกไม้เลยมาถึงทีหลังแมลงสาบตัวผู้

    องครักษ์ของแมลงสาบตัวผู้โดดมาหลังสุดแต่มาถึงก่อนโอวหยางอีก

    ตอบลบ
  35. โอ้ บอกตรงๆเลยค่ะเยว่อี้(อิ)เฉิน ชั่วข้างในยันข้างนอกกบในกระป๋องเอาฝาปิดอีกที โกรธเกลียดแทนเสวี่ยเอ๋อ

    อินจัด

    ตอบลบ
  36. เค้ารังเกียจขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีกนะ เอ๋อเราไม่ง้อหรอก

    ตอบลบ
  37. เค้าเกลียดเอ็งไงอีเยว่ ซื่อบื้อตาบอดจริง!!!

    ตอบลบ
  38. แหม แต่งกับเยว่อี้เฉินก็เท่ากับแต่งไปเลี้ยงควายเปล่าๆ สงสารพ่อแม่นางจริงๆ อุตส่าเลือกของดีให้แท้ๆ ดันไปคว้าฉินอี้หยวนมาซะได้ เสียชื่อเทพสงครามจริงๆ นึกว่าจะฉลาด เก่งกล้ากว่านี้ซะอีก

    ตอบลบ
  39. ยัง มันยังไม่รู้ตัวอีกว่าทำไมเสวี่ยเอ๋อถึงไม่ยอมเปนชายารอง เปนพวกพูดไม่รู้เรื่องจริงๆนะองค์ชายวังจิ้ง โอย เบื่อความหลงตัวของท่านเหลือเกิน. แม่องค์หญิงแมลงสาปนี่ก้อตายยากตายเย็นจริงจริ๊ง(เสียงสูงด้วย) ยังจะรอดกลับไปรักษาตัวที่เมืองหลวง อีก เล่นไม่ยอมลาโรงเสียที เฮ่อออออ รอนะคะ รอตอนต่อไป ขอบคุณผู้แปลผู้พิมพ์มากๆค่ะ

    ตอบลบ
  40. อยากรู้ปมเรื่องที่ทำไมต้องให้มู่หรงเสี่ยแต่งให้ได้นะ

    ตอบลบ
  41. ขอบคุณที่ลงให้อ่านนะคะ ลงอีก 1-2 ตอนเถอะนะคะ ติดนิยายเรื่องนี้งอมแงมเลย สู้ๆค่ะ

    ตอบลบ
  42. โง่จริง ยังมิรู้ตัวอีก องค์ชายจิ้ง กินอะไรเป็นอาหารคะ

    ตอบลบ
  43. ไม่ระบุชื่อ5 ม.ค. 2560 18:37:00

    เห็นด้วยกับทุกคนเลย แม่ทัพอะไรคิดเข้าข้างตัวเอง

    ตอบลบ
  44. ไอ้หน้าด้านใครเค้าอยากเป็นเมียแก

    ตอบลบ
  45. ไม่ระบุชื่อ6 ม.ค. 2560 01:08:00

    โอ๊ยยยยเกลียด2ผัวเมียนี่จัง

    ตอบลบ
  46. เยว่อี้เฉิน ต้องมีแผนอะไรบางอย่างแน่ คนบ้าอะไรจะไม่รู้ว่าคู่แข่งนี่เด่นกว่าทุกด้าน แถมรักเดียวใจเดียวไม่เคยแลใครยกเว้นเสวี่ยเอ๋ออีก เยว่อี้เฉินจะไปสู้อะไรได้คะ ตอบ !

    ตอบลบ
  47. ขอบคุณคร่า สนุกมากค่ะ

    ตอบลบ
  48. สมน้ำหน้าเยว่อี้เฉิน ก็เพราะเสวี่ยเออร์ไม่อยากยุ่งด้วยไง เชียร์ฝ่าบาทโอวหยางเต็มที่เลยค่า :)

    ตอบลบ
  49. โอ้พระเอกมาตอนจบจิงๆ อิอิ

    ตอบลบ
  50. ต่อให้หามาให้ทั้งโลกก็ไม่มีวันหรอก

    ตอบลบ