วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560

บทที่ 68 ลอบสังหาร (ดิบ)

เรือนร่างนุ่มนิ่มเหมือนกับก้อนเต้าหู้ในอ้อมแขน  กอร์ปกับกลิ่นปทุมโชยอ่อนๆมาต้องนาสิก  เส้มผมสีดำเป็นมันดั่งแพรไหมที่สลวยคลอเคลียระมาต้องที่ลำคอของชายหนุ่ม  ทำให้จิตใจของชายหนุ่มเต้นระรัว

มองจ้องไปที่ใบหน้าของสาวน้อยที่หลับไม่รู้อิโหน่อิเหน่   ไล่ระไปตั้งแต่เปลือกตาที่ปิดสนิท  จมูกน้อยที่ขยับเบาๆ ตามจังหวะหายใจ   แพขนตาที่ดกหนาทาบไปกับผิวแก้มบางใส   ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อเผยอน้อยๆ ในยามหลับ    ราวกับรอการประทับจุมพิต

ดวงตาดำสนิทของชายหนุ่มยิ่งทวีความลึกซึ้ง  เขาค่อยๆ เอนร่างเข้าหานางช้าๆ    ริมฝีปากบางได้รูปของซื่อจื่อหนุ่มก็เข้าประทับกับปากน้อยสีชมพูของนางอย่างเบาๆ  รสชาติของนางช่างหวานละมุนละไม  ทั้งอ่อนนุ่ม   ลมหายใจของนางมีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกบัวคละเคล้ามาด้วย   ทำให้การจุมพิตครั้งนี้ยิ่งเร้าอารมณ์ยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้   จากสัมผัสที่เบายิ่งกว่าปีกแมลงปอล้อลมก็กลับกลายเป็นรุกล้ำเข้าแย่งชิงลมหายใจของนางแทน....

มู่หรงเสวี่ยที่กำลังนิทราเกิดอาการอึดอัดหายใจไม่ออกจนยู่หน้า    ใบหน้าเล็กปราณีตของเด็กสาวส่ายหนีจากการจุมพิตแล้วฝังซุกเข้ากับอ้อมอกของโอวหยางเส่าเฉินแทน

มองดูใบหน้าครึ่งซีกของเด็กสาวที่กำลังหลับปุ๋ยไม่มีทีท่าพะวงถึงสิ่งใด    โอวหยางเส่าเฉินก็ต้องขมวดคิ้วย่น   นี่เขากำลังถูกปฎิเสธหรือว่า...เป็นเพราะนางกำลังนอนหลับ,  ไม่ต้องการถูกกวนกันแน่?

โอวหยางเส่าเฉินค่อยๆ ขยับตัวช้าๆ  เปลี่ยนเป็นขึ้นมานั่งหลังตรง    ดวงตาเหลือบไปมองมู่หรงเสวี่ยเงียบๆ  ในดวงตาแวววาวสะท้อนอารมณ์ชนิดหนึ่ง

ทันใดนั้นเอง,  แววตาของชายหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นแข็งขึงหนักหน่วง   เขาปัดกระแทกเปิดหลังคารถม้าจนกระเด็นออก   แล้วหอบร่างมู่หรงเสวี่ยพุ่งออกมา

เสี้ยววินาทีเดียวกันนั่นเอง,  ก็มีเสียงระเบิดกึกก้องดัง  ปัง!   รถม้าหรูหราของจวนสกุลมู่หรงพังพินาศแหลกเป็นชิ้นๆ   เศษไม้เศษวัสดุปลิวกระจายท่ามกลางฝุ่นดินปืน

ในยามนี้,  มู่หรงเสวี่ยสะดุ้งตื่นได้สติแล้ว    นางกวาดตามองไปยังเศษซากวัตถุที่เคยเป็นรถม้า  แล้วก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทันที   สีหน้านางในยามนี้เดือดดาลอย่างมากมาย   รถม้ามีเครื่องหมายของจวนมู่หรงติดอยู่   ฉะนั้นเป้าหมายครั้งนี้คงไม่ใช่ใครอื่น.....มีแต่ต้องเป็นนางอย่างแน่นอน

ร่างของทั้งคู่เหยียบหยั่งเท้าลงบนพื้นเรียบร้อยแล้ว   เสียงวัตถุแหวกอากาศก็ตรงมายังทิศทางของคนทั้งสองอย่างรวดเร็ว

มู่หรงเสวี่ยหันไปมองต้นเหตุก็พบห่าธนูสีดำจำนวนนับไม่ถ้วนถูกยิงเข้ามายังพวกเขา   ธนูเหล่านั้นพุ่งมาจากทุกทิศมากมายราวกับเม็ดฝน

“มีนักฆ่า  ปกป้องซื่อจื่อและคุณหนู”    ไม่รู้ว่าใครเป็นต้นเสียง   แต่ซุนเฟิงและอู๋เหิงรวมทั้งบรรดาผู้คุ้มกันสกุลมู่หรงก็ตั้งวงล้อมปกป้องมู่หรงเสวี่ยและโอวหยางเส่าเฉินไว้ตรงกลาง  ชักอาวุธฟันลูกธนูที่พุ่งเข้ามา

ช่วงเวลานั้น มีแต่เสียง เคร้ง! เคร้ง! ของอาวุธกระทบกันดังไม่หยุด   ลูกธนูเหล่านั้นก็ถูกฟันตกพื้นทั้งหมด   มีผู้คุ้มกันได้รับบาดเจ็บจากการนี้หลายคน  เป็นตายเท่ากันไม่อาจรู้ได้

โอวหยางเส่าเฉินมือหนึ่งโอบมู่หรงเสวี่ย   สายตากวาดคะเนทิศทางที่ลูกศรถูกยิงมา  จ้องพุ่งตรงไปยังกลุ่มผู้ลอบสังหารราวกับตำแหน่งของพวกมันได้ถูกเปิดเปลือยออกมาตรงหน้าชายหนุ่ม

ห่าธนูยังดาหน้ามาไม่หมดสิ้น    ซุนเฟิงและอู๋เหิงกวัดแกว่งอาวุธในมือรวดเร็วไม่หยุด  ลูกศรทั้งหมดล้วนถูกฟันหักสะบั้น   ไม่มีดอกใดทำอันตรายมู่หรงเสวี่ยและโอวหยางเส่าเฉินได้เลย
กลุ่มผู้ลอบสังหารที่แฝงกายเห็นว่าแผนการระดมยิงลูกศรไม่ได้ผล   จึงเลิกเร้นกาย ชักอาวุธเผยโฉมออกมารุมล้อมพวกเขาไว้

ซุนเฟิง, อู๋เหิงและบรรดาผู้คุ้มกันสกุลมู่หรงทั้งหลายก็ชักอาวุธเข้าปะทะพันตูกับชายชุดดำเหล่านั้น    เสียงอาวุธกระทบกันกราดเกรี้ยวในอากาศ

คนสองกลุ่มจำนวนนับเป็นสิบๆ เข้าสู้รบเอาชีวิต   ทั้งหมดเคลื่อนไหวรวดเร็วจนเป็นภาพเลือนรางไม่ชัดเจน   เห็นเพียงอาวุธที่เคลื่อนไหววูบวาบของซุนเฟิงและอู๋เหิงที่กวาดไปทางไหนก็จะมีศพคนชุดดำนอนกองเกลื่อนกลาดให้เห็น

“ฝีมือของซุนเฟิงและอู๋เหิงช่างยอดเยี่ยมนัก!”   มู่หรงเสวี่ยชื่นชมไม่หยุดปาก    การฝึกฝนองครักษ์เงาของซื่อจื่อหนุ่มช่างเยี่ยมยอด

“พวกเขาเป็นองครักษ์เงา.....ทั้งยังเป็นสองเงาที่เป็นสุดยอดของเหล่าองครักษ์  พวกชุดดำ, ถึงแม้จะมีจำนวนมากกว่าก็ยังไม่ใช่คู่มือของพวกเขาทั้งสอง.........”  โอวหยางเส่าเฉินกล่าวเสียงเบา  ทันใดนั้นมีเสียงวัตถุแหวกอากาศมาอย่างกะทันหัน  มองไปเห็นเป็นลูกศรเล็กเรียวปลายแหลมงุ้มกำลังพุ่งตรงเข้าหาร่างอรชรของสาวน้อย

แววตาของชายหนุ่มเย็นยะเยียบ   เขาบังคับปราณยุทธ์ของพุ่งเข้ากระแทกวัตถุแปลกปลอมนั้นดังปังใหญ่   ลูกธนูกระจอกงอกง่อยนั้นก็หายวับไปในอากาศ..........

พลันมีกลิ่นของดินปืนลอยลมมาผสมผสานกับมวลอากาศที่กำลังปั่นป่วนนั่น   สายตาของซื่อจื่อหนุ่มพลันหรี่แคบ    บังอาจคิดใช้แผนตื้นๆหลอกเล่นงานเขาอย่างนั้นหรือ    ไม่รู้จักที่ตายแล้วจริงๆ

ปลายแขนเสื้อของชายหนุ่มสะบัดอย่างรุนแรง    กำลังกล้าแข็งที่มิอาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็กระแทกออกไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เป็นชายชุดดำ  โลหิตพุ่งฉีดเป็นฝอยบางๆก่อให้เกิดบรรยากาศปกคลุมไปด้วยหมอกโลหิต

“พรู้ด!  พรืด!”  คนชุดดำนับสิบคุกเข่ากระอักเลือด   โงนเงนโซเซแล้วล้มตึงลงขาดใจบนพื้น  ในอากาศมีกลิ่นสนิมเลือดปะปนคาวคลุ้งไปทั่วบริเวณ

โอวหยางเส่าเฉินผนึกกำลังปราณกลับคืน   ใบหน้าสง่างามเย็นชาประดุจน้ำแข็ง   อาภรณ์สีขาวโบกสะบัดพึ่บพั่บตามแรงลม   ขาวสะอาดไร้รอยตำหนิ

บนพื้นในขณะนี้เกลื่อนไปด้วยซากศพของผู้ลอบสังหาร   ดินสีน้ำตาลตุ่นๆ แดงฉานอาบย้อมไปด้วยเลือด   ค่อยๆไหลจากร่างของผู้วายชมน์มาระดมสมทบกันเป็นแอ่ง

มู่หรงเสวี่ยกระพริบตาปริบๆ  เพียงระเบิดพลังคราเดียวก็เก็บแมลงหวี่แมลงวันสีดำจนสิ้น  ฝีมือของฝ่าบาทโอวหยางช่างเหนือธรรมดา   แต่ทว่า.....  ”ฝ่าบาทโอวหยางเพคะ,  ท่านไม่ไว้ชีวิตมันสักตนเลยหรือ?”

“ยังเหลือคนที่ยังไม่ตาย”    โอวหยางเส่าเฉินกระดิกนิ้ว   ร่างในชุดดำชุดหนึ่งก็สะบัดตัวขึ้นมากองตรงหน้ามู่หรงเสวี่ย   หน้ามันเต็มไปด้วยโลหิตไหลอาบ  สองตาก็ลอยคว้างไม่จับจ้อง
มู่หรงเสวี่ยดึงผ้าคลุมหน้ามันออก   กระชากคอเสื้อแล้วถามเสียงเข้ม    “ใครใช้ให้พวกเจ้ามาฆ่าข้า?”

ดวงตาของนักฆ่ากลอกไปมา

“ทางที่ดีบอกความจริงข้ามาดีกว่า  อย่าได้คิดกุชื่อมาหลอกลวงข้า  ผู้ที่เกลียดชังข้าหมายจะเอาชีวิตมีไม่กี่ผู้คน ถึงเจ้าไม่บอก, ข้าก็พอจะเดาเองได้  ข้าแค่ต้องการการยืนยันจากปากของเจ้าเท่านั้น  ถ้าหากเจ้ากล้าโกหกข้าแล้วละก็, ข้าจะให้เจ้าได้ตายในสภาพที่เจ้าจะนึกไม่ถึงเชียวละ!

รอยยิ้มของมู่หรงเสวี่ยเป็นธรรมชาติและสดใส   ลูกนัยน์ตาเป็นประกายลึกซึ้งยากจะคาดเดา ประสมประสานกันเป็นภาพที่ล่อลวงให้คนชมดูจนเหม่อลอยขาดสติ

ชายชุดดำเหมือนสติสัมปชัญญะหลุดลอย   จิตวิญญาณว่างโหวงไปชั่วขณะ  เมื่อได้สติกลับมา   ดวงตานั้นดำเข้มก่อนจะตอบออกมาว่า    “พวกข้ารับค่าจ้างมาจากตู้ฮูหยินเฒ่าเป็นจำนวนหนึ่งแสนสองหมื่นตำลึง...ให้มาจัดการให้เจ้าสิ้นชีพ...ในระหว่างทางซะ!

มู่หรงเสวี่ยเผยรอยยิ้มอ่อนหวานประดุจดอกไม้คลี่กลีบอวดความงาม   กระบี่อ่อนในมือก็พุ่งเข้าปาดคอของนักฆ่า    ตัดเส้นเลือดใหญ่จนขาดในฉับเดียว

นักฆ่าตาเหลือกลาน   ร่างอ่อนระทวยทิ้งตัวลงกับพื้น  เลือดสีแดงจากลำคออาบพื้นจนแดงฉานไปหมด

อู๋เหิงเลิกคิ้วด้วยท่าทางไม่เข้าใจ    “แม่นางมู่หรง,  ทำไมท่านไม่ละเว้นชีวิตของเขา นำตัวกลับไปเป็นพยานต่อหน้าฮูหยินเฒ่า?”  กล่าวหาแจ้งความต่อกรมอาญาบ้านเมืองในการกระทำโหดเหี้ยมร้ายกาจของนางให้หมดสิ้น    จะได้จับกุมตัวนางเข้าคุก

ดวงตาของมู่หรงเสวี่ยล้ำลึกยิ่งขึ้นในขณะที่กล่าวว่า  “ตู้ฮูหยินผู้นี้ไหลลื่นราวกับปลาไหล  แค่คำพูดพยานของนักฆ่าไม่มีหัวนอนปลายเท้าผู้หนึ่ง   ยังเอาผิดนางไม่ได้หรอก  ดีไม่ดีนางจะกล่าวหาข้ากลับว่าปรักปรำให้ร้ายนาง!

“แล้วแม่นางจะทำอย่างไรต่อไป?”    อู๋เหิงส่งสายตาอยากรู้อยากเห็น  หรือว่าแม่นางมู่หรงจะปล่อยตู้ฮูหยินไปง่ายๆ?     ไม่ใช่น่า....อย่างนั้นก็มิใช่แม่นางมู่หรงตัวจริงเสียงจริงเป็นแน่...............


“ตู้หญิงเฒ่าส่งของกำนัลไม่คาดฝันมาให้ข้า  ตัวนางเองก็สมควรได้รับสิ่งตอบแทนเช่นเดียวกัน!”   มู่หรงเสวี่ยยิ้มลึกลับ  ดวงตากลมโตสีดำสะท้อนแสงวิบวับด้วยประกายตาเย็นเฉียบ



...................................................
จบบท



23 ความคิดเห็น:

  1. ระวังยาด้วย เด๋วโดนทำลายอีก

    ตอบลบ
  2. วาวอ่านแล้วยิ่งลุ้นว่าจะเอาคืนไงรอๆ

    ตอบลบ
  3. มีความตื่นเต้น...ตลอดเลย....ชอบๆๆๆ ♥ ขอบคุณมากค่า

    ตอบลบ
  4. สนุกมากค่ะ...ขอบคุณนะค่ะ

    ตอบลบ
  5. ทีมฝ่าบาทโอวหยาง ป้ายไฟมาให้ไว 555555
    ขอบคุณค่าาา ไรท์และน้องพิมพ์

    ตอบลบ
  6. ฝ่าบาทโอวหยางเกือบลักหลับแล้วมั้ยล่ะ ในที่สุดยัยเฒ่าตู้ก็ออกโรงทำชั่ว ตอนต่อไปโดนเอาคืนแน่ๆ แหม..อู๋เหิงเพิ่งรู้จักกะแม่นางมู่หรงทริปนี้ก็รู้ซึ้งถึงนิสัยนางเลยนะ ระวังฝ่าบาทกินน้ำส้มเหมือนตอนซุนเฟิงอีกล่ะ รอลุ้นตอนต่อไปค่ะ..

    ตอบลบ
  7. ฝ่าบาททำได้ดี

    ตอบลบ
  8. โอ้ว..จัดหนักจัดเต็มให้ยังฮูหยินเฒ่าเลย

    ตอบลบ
  9. รอดูว่าจะตอบโต้ฮูหยินเฒ่ายังไง จะยิ่งกว่าที่ผ่านมาหรือเปล่าน้า ขอบคุณคะ

    ตอบลบ
  10. ฝ่าบาทหลอกกินเต้าหู้ตลอดเลยน่ะ อิๆ มันมาก นิยายอะไร

    ตอบลบ
  11. 55555อยากรู้รึ...รอตอนต่อไป😂

    ตอบลบ
  12. 55555อยากรู้รึ...รอตอนต่อไป😂

    ตอบลบ
  13. แล้วหญ้าที่ไปเก็บมา เสียหายไหมเนี่ย อุตส่าห์ลำบากไปเก็บ

    ตอบลบ
  14. จัดการมันเลยร้ายนักนังแก่

    ตอบลบ
  15. ฝ่าบาท โปรดเสวยเต้าหูมังคะ

    ตอบลบ
  16. ฝ่าบาท ขโมยจุมพิต

    ตอบลบ
  17. ฝ่าบาทอิ่มมั้ยเพคะกินเต้าหู้ซะแนบเนียนเจ้าของไม่รู้ตัวเลย

    ตอบลบ
  18. ฮูหยิงนี่สมคสรโดนจัดหนักนะ... ฮึ่ยยยยย เอาให้หมดตัว มองหน้าใครไม่ได้เลย
    ส่วนฝ่าบาทท เนียนน ลักหลับเค้านะ
    คุณหนูมุ่หลง ทำไมหลับลึกขนาดนั้นคะ....รึตั้งใจ...สมยอมให้ฝ่าบาทททนิดนึงงี้

    ตอบลบ
  19. ฝ่าบาท แอบกินเต้าหู้ อดใจไม่ไหวหล่ะสิ
    เอ๊าาาาา. เอาหมอนมาจิกกันหน่อยค๊าาา ฟินเชียว
    แต่ได้แว็บเดียวก็ต้องมาเจอฉากระทึกมาก. ปรับอารมณ์แทบมะทันกันทีเดียว
    ขอบคุณผู้แปลค่ะ

    ตอบลบ
  20. อร้ายยยย หมอนขาดกระจุยฟินกะบการกินเต้าหู้ของฝ่าบาท นังแก่สารพัดพิษร้ายกาจนักตอนหน้าเอาคืนให้ชนิดอยากตายก้อไม่อาจตายมีชีวิตอยู่ก้อไม่อาจสู้หน้าใครได้เลยนะ

    ตอบลบ